พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(ตร.) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี , พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. พร้อมผู้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุใน 3 คดีดังนี้

1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อ 17 ธ.ค. 2560
2.เหตุลอบวางระเบิด จนท.ทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 ฉก.ทพ.43 ขณะนำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายเผากล้องวงจรปิด ในพื้นที่ อ.หนองจิก จว.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560
3.เหตุฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่ อ.ทุ่งยางแดง จว.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560

ในการนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะได้แถลงความคืบหน้าการจับกุมตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุดังนี้
1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สืบสวน ติดตามและบูรณาการกำลังจน สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามกฎอัยการศึก 23 ราย เป็นผู้ต้องสงสัยที่ให้การรับสารภาพ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในครั้งนี้ 11 ราย และให้การสนับสนุน 3 ราย และ ออกหมายจับ ป.วิ อาญา 4 ราย
2.เหตุลอบวางระเบิด จนท.ทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สืบสวนติดตามและบูรณาการกำลัง จนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 คน อีกทั้งยังพบว่าผู้ก่อเหตุ มีหมายจับคดีมั่นคง และ หมายจับ พรก. อยู่จำนวนหลายหมาย

รองโฆษก ตร. ได้กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง ของ พณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พณฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกิดความสงบสุข ร่มเย็น และ สร้างความสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เพื่อก่อให้ความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัย ได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามโมเดล Thailand 4.0

พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ เพิ่มมาตรการด้านการข่าว ความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่ต่างๆ และงานด้านการสืบสวน ตลอดจนการออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งงานด้านพยานวัตถุของกลาง นิติวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมเป็นสำคัญ ในการยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก และ หากเกิดเหตุแล้วต้องสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากสามารถลดการเกิดอาชญากรรมได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดี

ทั้งนี้ท่านยังได้กล่าวให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากท่านเติบโตจากสายปฏิบัติการและมีความผูกพันกับพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ และทราบเป็นอย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นี้ ทำงานอย่าง ผู้ปิดทองหลังพระ ตั้งใจทำงาน โดยไม่ได้หวังให้ใครรู้หรือไม่ได้ประกาศให้ผู้อื่นรับรู้หรือต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์ไม่เป็นปกติ แต่ที่ผ่านมาก็มีผลการปฏิบัติที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นมาโดยตลอด และในการนี้ได้ขอให้เจ้าหน้าตำรวจทุกนายในพื้นที่ มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ยึดถือในอุดมการณ์และอุดมคติตำรวจ เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป

 

Thai Police