ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล้าวถึงการเกณฑ์ทหาร ว่า การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แล้วใช้ระบบสมัครใจ จะเกิดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำของทุกเหล่าทัพ ว่าจะเตะถ่วงการปฏิรูปกองทัพหรือไม่ ลำพังแค่ผู้บัญชาการทหารบกคนเดียวคงไม่สามารถไปเปลี่ยนหลักเกณฑ์ตรงนี้ได้ แต่โดยหลักการแล้ว การลดขนาดกองทัพและการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งที่ทำได้ และกองทัพเคยทำมาแล้วถึงสองครั้งในอดีตเมื่อราวๆ ปี 2530 และ 2542 และทุกปีจะมีคนสมัครใจประมาณ 40,000-50,000 คน

“การเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหาร ไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างเดียวโดดๆ ได้ แต่ต้องมีการปฏิรูปกองทัพในทุก ๆ ด้านควบคู่กันไปด้วย จะเห็นได้ว่าข้อเสนอให้ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารในแคมเปญพลิกลายพราง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างและการปรับภารกิจของกองทัพในภาพรวม ให้มีขนาดเล็ก แต่มีขีดความสามารถสูงเหมาะสมกับภารกิจสมัยใหม่ และเลิกแทรกแซงการเมืองรวมทั้งเลิกคิดเรื่องปฏิวัติ ซึ่งเป็นไปตามแผนบันได 4 ขั้น ของแคมเปญพลิกลายพรางเพื่อปฏิรูปกองทัพ” ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวอีกว่าทั้งนี้ กองทัพน่าจะยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2562 เสียเลย เพราะยังทำทัน ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้นำเหล่าทัพว่าจะทำหรือไม่ ส่วนจำนวนทหารเกณฑ์ในแต่ละปีควรจะมีตัวเลขเท่าไหร่ ควรปล่ยให้กองทัพพิจารณาเอง บุคคลภายนอกไม่ควรไปคิดแทน แต่ต้องให้กองทัพเป็นผู้คำนวณ เพียงแต่เมื่อปรับลดโครงสร้างกองทัพให้เล็กลงแล้ว ก็คงไม่ต้องเกณฑ์ทหารถึง 1 แสนกว่าคนต่อปีอย่างทุกวันนี้ เพราะจำนวนทหารเกณฑ์ก็ต้องลดลงให้สอดคล้องกับโครงสร้างของกองทัพด้วย

“กองทัพต้องเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ใต้บังคับบัญชาและส่งเสริมความก้าวหน้าของทหารทุกคนอย่างเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ” ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ควรไปทำความเข้าใจเสียใหม่ว่ข้อเสนอปฏิรูปกองทัพในแคมเปญพลิกลายพรางนั้น ไม่ได้เสนอให้ยุบกองทัพทิ้ง และไม่ได้บอกให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารโดยสิ้นเชิง แต่เรียกร้องให้เปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหาร โดยควรยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบสมัครใจแทน

“ส่วนข้ออ้างที่ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ มักพูดเสมอว่าจะทำให้กองทัพอ่อนแอ เป็นเพียงคำแก้ตัวเพราะไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะกลัวเสียอภิสิทธิ์ต่าง ๆ ไปเท่านั้น ทั้งนี้ อย่าดิสเครดิตว่าข้อเสนอปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องการเมือง แต่นี่เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกองทัพซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย” ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว