ที่ห้องประชุม TICAC ชั้น 19 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ ไทแคค (TICAC) พร้อมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) และนางวีรวรรณ มอสบี้ TIP Hero แถลงผลความร่วมมือในการปฏิบัติงานของ TICAC ที่ผ่านมา ตลอดจนสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทย

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์ไทแคค เป็นความร่วมมือกับสำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ ในการร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการปฏิบัติงาน การล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยเน้นการสืบสวนแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มสื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลสำหรับป้องกันและปราบปรามคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่มักตกเป็นเหยื่อคดีทางเพศ และยอมรับว่าปัจจุบันสื่อออนไลน์ เข้าถึงได้ง่าย กลุ่มผู้กระทำผิด เปลี่ยนพฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์ เป็นช่องทางในการล่อลวงผู้เสียหายมากขึ้น โดยข้อมูลของไทแคค ยังพบว่ามีการล่อลวงเด็กและเยาวชน ถ่ายคลิปทางเพศเผยแพร่ในสื่อออนไลน์มากกว่า 300 กรณี ที่ยังต้องสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ส่วนแนวโน้มเชื่อว่ายังมีการลักลอบกระทำผิดอีกมาก และยังต้องการข้อมูลจากผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดให้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนจับกุม แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการฝึกอบรมบุคลากร เนื่องจากเป็นงานที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเทคโนโลยี

สำหรับสถิติแบ่งตามฐานความผิดของคณะทำงานของศูนย์ไทแคค ระหว่างปี 2558 ถึง 2561 จับผู้กระทำผิดคดีค้ามนุษย์ จำนวน 21 คดี, คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก จำนวน 13 คดี, คดีครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก จำนวน 31 คดี และส่งกลับออกนอนราชอาณาจักร จำนวน 6 คดี โดยพบว่าผู้กระทำความผิดเป็นผู้ต้องหาชาวไทย จำนวน 38 คน และผู้ต้องหาต่างชาติ จำนวน 35 คน จากทั้งหมด 71 คดี และที่ผ่านมาศูนย์ไทแคค ได้รับเบาะแส จำนวน 209 เรื่อง ดำเนินคดีไปแล้ว 121 คดี และที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ไทแคค ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถดำเนินคดีได้ทั้งสิ้น 71 คดี ในปี 2559 สามารถดำเนินคดีได้ 24 คดี ในปี 2560 ได้ 43 คดี จะเห็นว่าผลงานของศูนย์ไทแคค ในปีที่ 2 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากการทำงานในปีแรกและคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีคดีเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นว่าในอนาคตแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น TICAC จะมีงานต้องทำอีกเป็นจำนวนมาก เช่น ของกลางที่ตรวจยึดได้ที่เป็นไฟล์รูปภาพหรือวีดีโอของผู้เสียหาย เป็นจำนวนมากกว่าร้อยๆกิ๊กกะไบท์ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการคัดแยกเหยื่อและติดตามผู้เสียหาย ของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งในอนาคต TICAC มีความต้องการรับสมัครจิตอาสาสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้มีความสามารถในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนภัยทางอินเตอร์เน็ตให้กับเด็กเข้ามาช่วยงาน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดระบบ คุณสมบัติ ความต้องการ ซึ่งจะได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเฟสบุ๊คต่อไป

 

Thai Police FBI