ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสาง นครพิงค์”ทลายปืนออนไลน์กลางเชียงใหม่ พร้อมรวบหนุ่มใหญ่ผลิตปืนกลางคอนโด
ตามนโยบาย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และ “นโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยุค Digital Disruption” แก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้บริหารทั่วประเทศ ในโครงการสัมมนาผู้บริหาร ระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปปง.ตร. ได้ขับเคลื่อนนโยบายผ่าน พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้รับผิดชอบควบคุมสั่งการ บช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว
วันจันทร์ที่ 31 มี.ค.68 เวลา 09.30 น. ณ อาคารที่ทำการ บก.สอท.4 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสาง นครพิงค์” ทลายปืนออนไลน์กลางเชียงใหม่ พร้อมรวบหนุ่มใหญ่ผลิตปืนกลางคอนโด
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 21-30 มี.ค.68 โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันเร่งปราบปรามการกระทำผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยในส่วนของ บช.สอท. มีผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 112 หมาย เป็นหมายจับใน บช.สอท. 49 หมาย หมายจับนอก จำนวน 63 หมาย โดยมีผู้ต้องหาที่จับกุมทั้งสิ้น 90 ราย

จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จำนวน 22 ราย มีรายละเอียดดังนี้
- กรณีทั่วไป (On Ground) จำนวน 13 ราย กรณีออนไลน์ (Online) จำนวน 9 ราย
โดยมีอาวุธปืน, เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด ที่ทำการตรวจยืดได้ ดังนี้ ปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 26 กระบอก ปืนมีทะเบียน จำนวน 14 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 1,283 นัด วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน 2 ลูก
สำหรับในผลการปฏิบัติที่สำคัญในส่วนของ บก.สอท.4 และ บก.สอท.5 สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 5 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 13 กระบอก กระสุนปืนกว่า 1,000 นัด ชิ้นส่วนประกอบปืนและเครื่องมือช่างกว่า 100 รายการ
ปฏิบัติการที่ 1 : ตำรวจไซเบอร์ 4 ทลายปืนออนไลน์กลางเชียงใหม่ ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก
สืบเนื่องจากหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายลำกล้องปืน (เหล็กที่มีเกลียวข้างใน) ผ่านทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ผ่านช่องยูทูป (YOUTUBE) “ตนมีฝีมือ” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สายลับ (ขอปิดนาม) ทำการได้ทำการสั่งซื้อผ่านไลน์ จากนั้นสายลับได้รับพัสดุที่สั่งมา พบว่าสินค้าในกล่องพัสดุนั้น คือ ลำกล้องปืน ที่เป็นชิ้นส่วนของปืนปากกา ตามที่สายลับได้สั่งซื้อจริง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ส่งพัสดุ พบชื่อ น.ส.ดวงหทัย และพบว่าเป็นบุคคลที่ควรระวังในสังคมออนไลน์ จากนั้นตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ระบุไว้หน้ากล่องพัสดุ พบว่าลงทะเบียนพร้อมเพย์ ชื่อ นางสาวไซมุม และตรวจสอบบัญชีชื่อ นายประภัทร เป็นบัญชีที่รับโอนเงินจากสายลับ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการส่งพัสดุจากผู้ส่งในรายเดียวกัน ปรากฏพบว่ามีรายการส่งพัสดุมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กก.1 บก.สอท.4 จำนวน 6 รายการ จึงได้ทำการออกหมายค้นจำนวน 5 จุด ดังนี้
- บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
จับกุม นายวินทร์ อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 5 กระบอก, ปืนยาว 1 กระบอก และ กระสุนปืนจำนวน 805 นัด - คอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย
- บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย
- บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
จับกุม นายศุภวิชญ์ อายุ 20 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ (ปืนดัดแปลง)
ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 2 นัด - บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 14 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
จับกุม นายณัฐพงศ์ อายุ 43 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก,
ปืนยาว 2 กระบอก
รวมตรวจยึดปืนจำนวน 10 กระบอก เครื่องกระสุนจำนวน 807 นัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ.2490

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ยังมีปฏิบัติการจับกุมอาวุธปืนออนไลน์อีก 2 ปฏิบัติการ ดังนี้
ปฏิบัติการที่ 2 : กก.3 บก.สอท.5 : จับหนุ่มเกาะสมุยทำหน้าที่คนกลางจัดหาอาวุธปืน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 ได้ทำการตรวจสอบในสื่อออนไลน์พบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Setthaphong” มีการโพสต์เกี่ยวกับอาวุธปืน และจากสายข่าวพบว่า จะเป็นคนกลางในการจัดหาอาวุธปืนชนิดต่างๆ ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเหตุให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่นำอาวุธปืนมาก่อเหตุยิงต่อสู้กันบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้น
ต่อมาวันที่ 28 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 ได้นำหมายศาลจังหวัดเกาะสมุยที่ 9/2568 เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สามารถจับกุมตัวนายภาณุเดช อายุ 27 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลาง โครงปืน, เสื้อเกราะกันกระสุน, ซองกระสุนปืน และกระสุนปืนขนาดต่างๆกว่า 36 นัด
จากการสอบถามนายภาณุเดช ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นั้น อ้างว่าได้สั่งซื้อมาจากคนรู้จักกันอีกทอดหนึ่ง และจะนำมาขายต่อให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สืบสวนเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปฏิบัติการที่ 3 : กก.4 บก.สอท.5 รวบหนุ่มใหญ่ ตั้งฐานผลิตอาวุธปืนในคอนโด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่านายสุขสันต์ อายุ 53 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบทำอาวุธปืน หรือมีอาวุธปืน กระสุนปืนผิดกฎหมายไว้ในครอบครองและนำเอาอาวุธปืนทั้งหมด ไปซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักอาศัยของตนเอง เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้น เข้าทำการตรวจค้นห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่ง แต่นายสุขสันต์ไม่ยอมเปิดประตู จึงให้เจ้าหน้าที่ลงไปเฝ้าที่ด้านล่าง เพื่อดูว่านายสุขสันต์จะโยนของกลางออกมาหรือไม่ ต่อมานายสุขสันต์ได้โยนสิ่งของออกมาจริง เป็นลำกล้องอาวุธปืนลูกกรด .22 จำนวน 2 ลำ, ชุดลูกเลื่อนประกอบเข็มแทงชนวนและชุดลั่นไก จำนวน 4 ชุด
ต่อมานายสุขสันต์ฯ ได้เปิดประตูออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้ตรวจค้นในห้อง พบของกลาง อาวุธปืน 3 กระบอก, กระสุนปืน 270 นัด, ชิ้นส่วนปืน 78 ชิ้น และ เครื่องมือช่าง 58 รายการ วางอยู่ภายในห้อง
จากการสอบถามนายสุขสันต์ให้การว่า “ของกลางอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ตนเองลักลอบทำอาวุธปืน โดยใช้สถานที่ภายในห้องพักนี้” และรับว่า “ตนเองโยนลำกล้องปืนและชุดลูกเลื่อนออกจากระเบียงเพื่อทำลายหลักฐาน” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน”