เปิดคำสั่ง มท.ปมสถานบริการ ฝ่ายปกครองมีอำนาจเหนือ ตร.โดนจับตำรวจต้องโทษฝ่ายเดียว

152

       บ่อยครั้งที่มีการจับกุมสถานบริการเปิดเกินเวลาในพื้นที่ ถ้าฝ่ายปกครองจับกุมจะไม่ให้ตำรวจร่วมจับกุมด้วย ตำรวจโรงพักจะตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ว่ารู้เห็นเป็นใจแล้วจะถูกผู้บังคับบัญชาลงโทษตั้งแต่ระดับ ผกก.-สว.ด้วยการสั่งย้ายไปประจำพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน

              กรณีเดียวกันถ้าตำรวจจับกุมสถานบริการเปิดเกินเวลา จะไม่มีผลกระทบอะไรต่อฝ่ายปกครองไม่ว่าจะเป็นปลัดป้องกันหรือนายอำเภอ จะลอยตัวไม่ต้องแสดงความรับผิดแต่อย่างใด

             ล่าสุดเวลา 23 มีนาคม เวลา 03.00 น. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครองพร้อมกำลัง เปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้นสถานบันเทิงร้านนีออน อ.สามพราน นครปฐม พบนักเที่ยว 212 คน กำลังมั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์เต้นรำอย่างเมามัน เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ปิดเพลงเปิดไฟปรากฏว่านักเที่ยวหลายคนโยนยาเสพติดลงพื้นและพยายามหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ ตรวจสอบกลุ่มนักเที่ยวพบว่ามีการใช้สารเสพติดจำนวน 81 คน ชาย 49 คน หญิง 32 คนส่งฝ่ายปกครองอำเภอสามพราน ดำเนินคดี  และคุมตัวเจ้าของร้าน ผู้ดูแลและผู้เกี่ยวข้อง แจ้งข้อหาตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย และสุราผิดกฎหมายว่ากฎหมายศุลกากร  

       นายไชยวัฒน์ ให้สัมภาษ์ว่า การจับกุมเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายในการจัดระเบียบสังคมด้านความมั่นคง การแก้ปัญหายาเสพติดและการปราบปรามผู้อิทธิพล และการจับกุมครั้งนี้ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย

         หากย้อนดูที่มาของสถานบริการแห่งนี้คนที่พื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ปกครองและตำรวจต่างทราบกันดีว่าเป็นของนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพล เปิดบริการมายาวนานนับปี แต่เจ้าหน้าที่ทำได้แค่เพียงแวะเวียนไปตรวจสอบเท่านั้น

     หลังจับกุมมีรายงานของตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน ส่งถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ว่าสายตรวจจะแวะเวียนไปตรวจความเรียบร้อยเป็นประจำ ก่อนที่ฝ่ายปกครองเข้าจับกุม เข้าตรวจสอบก่อนเที่ยงคืนและเจ้าของร้านยืนยันว่าจะปิดตามที่กฎหมายกำหนด สายตรวจเดินทางกลับ

    เมื่อรับรายงานเหตุทางผู้บังคับบัญชาค่อนข้างอึดอัดใจที่จะต้องสั่งลงโทษตำรวจโรงพักโพธิ์แก้ว ด้วยการสั่งย้ายพ้นหน้าที่ ทั้งที่ความรับผิดชอบนี้ ฝ่ายปกครองควรจะเป็นหลักที่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะนายอำเภอและปลัดป้องกันที่ต้องเข้มงวดกับสถานบริการ เพราะระเบียบของกระทรวงมหาดไทย กำหนดไว้ว่ากระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินนโยบายจัดระเบียบสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ โดยสั่งการให้ทุกจังหวัด อำเภอ/กิ่งอำเภอ ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ถือปฏิบัติกวดขันสถานบริการดังนี้

(1)ให้ตรวจตรากวดขันสถานบริการว่าได้รับอนุญาต ให้ตั้งสถานบริการอย่างถูกต้องหรือไม่

(2)กวดขันมิให้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ


(3)มิให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในสถานบริการ  


(4)มิให้มีการแสดงลามกอนาจารหรือการแสดงที่ไม่เหมาะสมในสถนบริการ


(5)ให้สถานบริการดำเนินการอย่างถูกต้องตามที่ประเภทขออนุญาตและให้เปิด-ปิดสถานบริการตามที่กฎหมายกำหนด และ


(6)ควบคุมมิให้มีการนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการ ไม่ว่าผู้ที่นำอาวุธเข้าไปจะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หากมิได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ห้ามมิให้นำอาวุธเข้าไปในสถานบริการโดยเด็ดขาด 

     หากตีความตามระเบียบนี้พออนุมานได้ว่าผู้ว่าฯ นายอำเภอและปลัดฝ่ายป้องกัน รับบทพระเอก ตำรวจรับบทพระรอง แต่เมื่อมีการจับกุมพระเอกลอยตัว แต่พระรองโดนผู้บังคับบัญชาการลงโทษ และสังคมประณาม ยิ่งมองถึงความเป็นจริงสถานบริการนีออนต้องได้รับอนุญาตทางฝ่ายปกครองก่อนถึงจะเปิดบริการได้ แต่กลับเปิดบริการมายาวนานโดยไร้ใบอนุญาต แถมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน นายอำเภอมีอำนาจเต็มปล่อยปละละเลยได้อย่างไร แถมไม่ถูกลงโทษหลังมีการจับกุมอีกด้วย

      หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ไม่ขยับอะไร ปล่อยให้ฝ่ายปกครองลอยตัว แต่ตำรวจกลับรับผิดแบบเต็มๆ นายอนุทินอย่าไปคาดหวังว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดและปราบปรามผู้มีอิทธิพลจะบรรลุเป้าหมาย และคงได้เป็นแค่นโยบายไฟไหม้ฟางเท่านั้น !!!