ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมหารือผู้แทนไทย-จีน สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว เดินทางเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย
สืบเนื่องจากจากกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ต่อมาวันที่ 5 มี.ค. 2568 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้มอบหมาย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนไทย และผู้แทนฝ่ายจีนร่วมประชุม ดังนี้
ผู้แทนฝ่ายไทย ได้แก่
1.นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ และ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- นางสาวนันท์นภัส อนันต์เมธาภัทร์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้
- หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมนักธุรกิจไทยในจีนตะวันตกเฉียงใต้ และ ประธานกรรมการ Yunnan Diamiao E-Commerce Co., Ltd.
- นางสาวสุพิศ ลักษณะชู ผู้ช่วยประธานและกรรมการคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ และ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
- นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
- นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม ที่ปรึกษากิติตมศักดิ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
- นายวัศน์พล อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และ ประธานชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีน
ผู้แทนฝ่ายจีน ได้แก่
- Mr. Zhong Li จาก Chaiman, Dingling Group Co., Ltd.
- Mr. Chen Yang จาก General Manager, Dingling Group Co., Ltd.
- Mr. Wang Zonglan จาก General Manager, Yunnan Walking Time Culture Communication Co., Ltd. และ General Manager, Yunnan Maggeanxin Tourism Development Co., Ltd.

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการเน้นย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดย พล.ต.ต.โสภณฯ มีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีข่าวดาราจีนที่หายตัวไป และมีการโจมตีถึงความปลอดภัยของประเทศไทยว่ากรณีดังกล่าวเป็นการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการเดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยต้นเหตุและปลายทางของการก่ออาชญากรรมไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีมาตรการดูแล ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยที่ประชุมมีการสรุปมาตรการที่สำคัญดังนี้
- ตรวจเข้มทุกเส้นทาง มีการสั่งการ บก.ทล. ร่วมมือกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจจุดสกัด รวมถึงมอบหมายให้ บก.ปคม. ร่วมคัดกรองบริเวณพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมประสานงานล่ามแปล และสถานทูตในการคัดกรองข้อมูล
- ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และทางการจีนอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยเหลือชาวจีนที่ถูกหลอกลวง
- ยืนยันไม่มีกรณีซื้อขายอวัยวะ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบหลักฐานหรือได้รับแจ้งกรณีซื้อขายอวัยวะที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
- แก้ปัญหาไกด์เถื่อน เร่งหารือเพื่อจัดการปัญหาไกด์เถื่อนที่ส่งผลต่อคุณภาพการท่องเที่ยว และร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พร้อมให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการปฏิบัติกับทุกภาคส่วน ในการป้องกันและปราบปรามปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างเต็มที่ต่อไป

