ช่วงสัปดาห์นี้รองผู้บังคับการ(รองผบก.)-สารวัตร(สว.)ที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายกว่า 4,000 ตำแหน่งคงทยอยเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นมาหลายร้อยหรือนับพันตำแหน่งเป็นเพียงแค่รักษาราชการแทน

ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมาระดับรอง ผบก.-สว. แต่งตั้งโยกย้ายจะเสร็จสิ้นแบบร้อยเปอร์เซ็นช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน แต่ครั้งนี้ล่าช้าเพราะต้องดำเนินการตามกฎหมายตำรวจ 2565 ที่การแต่งตั้งแต่ละชั้นยศเป็นไปตามที่กฎหมายและระเบียบการแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ จึงล่าช้ากว่าปกติ
ส่งผลให้ช่วงหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ต้องแต่งตั้งตำแหน่งรักษาราชการแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุ กลายเป็นช่องว่างในขับเคลื่อนงานโดยเฉพาะหัวหน้าโรงพัก ที่เป็นกำลังหลักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข จะบริหารจัดการได้ไม่เต็มที่แบบตัวจริงเสียงจริง แต่หลายพื้นที่รักษาการฯขับเคลื่อนอย่างเต็มที่เพื่อจะใช้เป็นผลงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาประกอบการเลื่อนตำแหน่ง
เมื่อแต่โรงพักได้หัวหน้าโรงพัก รองผู้กำกับการฝ่ายต่างๆ สวป. สว.ส.และสารวัตรสอบสวน แบบตัวจริงเสียงจริงแล้ว สามารถขับเคลื่อนงานได้เกือบเต็มร้อย แม้ระดับรองสว.และชั้นประทวน จะอยู่ในจังหวะจัดทำโผก็ตาม แต่หัวหน้าโรงพักถึงสารวัตร มีอำนาจเต็มในการสั่งการอยู่แล้ว
เพราะอย่าลืมว่าห้วง 8-9 ปีที่เผด็จการทหารครองเมืองตำรวจกลายเป็นองค์กรที่ถูกย่ำยีและเป็นแหล่งที่อดีตบิ๊กการเมืองและอดีตนายตำรวจใหญ่ ใช้แสวงหาผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อแบบไม่อายฟ้าอายดิน ทุกครั้งที่ถึงฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายจะมีข่าวสะพัดว่าเกือบทุกตำแหน่งล้วนมีราคาที่แตกต่างกันไป
ถ้าเป็นพื้นที่ทำเลทองทั้งนครบาล สอบสวนกลาง ไซเบอร์ ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรภาค 1-9 ที่รับผิดชอบตามแนวชายแดน ราคาเซ้งลี้จะอยู่ที่หลักสิบล้านขึ้นไป บางพื้นมีโปรโมชั่นส่งส่วยรายเดือนอีกต่างหาก ส่งผลให้อดีตบิ๊กตำรวจและอดีต มาเฟียการเมืองบางคนต่างปากมันไปตามๆกัน แต่กำลังถูกเวรกรรมไล่ล่าเพราะโดนทั้งคดีอาญาและคดีทุจริต
จากพฤติกรรมดังกล่าวกลายเป็นสารตั้งต้นของมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนชาวบ้านทุกระดับชั้น ส่งผลให้เครดิตตำรวจถดถอยแบบดิ่งเหว จนเกิดวิกฤตศรัทธา เพราะตำรวจต้องเร่งถอนทุนและต้องหาเงินเพื่อวิ่งเต้นฤดูกาลถัดไป ทำให้องค์กรอาชญากรรมขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะแก๊งพนันออนไลน์ มีชื่อตำรวจคอยแบ๊กอัพให้ หรือแม้แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีตำรวจไซเบอร์เป็นหน้าสื่อคอยดูแลผู้ก่อเหตุเมื่อถูกจับกุม
หรือแก๊งจีนเทาที่บุกยึดพื้นที่เมืองไทยทำมาหินอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยมีตำรวจบางกลุ่มคอยรองมือรองตีนให้ หรือยาเสพติดที่แพร่ระบาดทุกหย่อมหญ้ารุกเข้าไปในสถานศึกษาทุกระดับรวมถึงวัดเกือบทุกแห่ง หาซื้อง่ายราคาถูก
หรือบุหรี่ไฟฟ้าที่มองว่าไม่แพร่มากนัก แต่พอเกิดเหตุนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นที่บุรีรัมย์ เกิดอาการแน่นหน้าอกถูกนำส่งโรงพยาบาล ตาย1 เจ็บ 2 หมอชี้สาเหตุว่ามาจากสูบบุหรี่ไฟฟ้าและดื่มน้ำกระท่อม เด็กที่ตายตรวจพบว่าปอดหายไปทั้งสองข้าง
พอเกิดเหตุสลด ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตัว ตรวจสอบพบว่ามีการเปิดร้านขายหน้าโรงเรียน โดยเด็กๆจะลงขันกันซื้อแล้วนำมาเวียนกันสูบ
จากนั้นข้อมูลพรั่งพรูหลายทิศทาง โดยเฉพาะจากโฆษกรัฐบาลระบุว่าร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ามีขายกันเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ เป็นธุรกิจมีมูลค่าปีละกว่า 5 พันล้าน จากนั้นประกาศล่วงหน้าจะลงตรวจสอบพื้นที่มีนบุรี และคลองสามวา กรุงเทพฯ ปรากฏว่าหลายร้านปิด แต่ไปเจอท้องที่สน.คันนายาว โฆษกรัฐบาลสอบถาม ผกก.สน.คันนายาวว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ ผกก.ฯบอกว่าไม่มี จึงพาไปดูพบว่ากำลังเปิดบริการลูกค้าอยู่พอดี
ที่ยกมาเป็นเพียงปัญหาส่วนหนึ่งยังไม่นับรวมถึงการก่อคดีอาชญากรรมประเภทลักวิ่งชิงปล้นที่เกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ จนชาวบ้านบ่นกันว่าโจรชุมยิ่งกว่ายุง
ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร มานั่งตำแหน่งเจ้าสำนักปทุมวัน ได้แก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง จนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าพอมีความหวังอยู่บ้าง แต่ยังทำได้ไม่เต็มสูบเพราะหัวหน้าโรงพักส่วนใหญ่เป็นแค่รักษาการฯ
ดังนั้นเมื่อคำสั่งแต่งตั้งคลอดและมีผลเรียบร้อย อยากเห็นหัวหน้าโรงพักทุกแห่งเร่งวางแนวทางขับเคลื่อนงานเพื่อขจัดมะเร็งร้ายที่ถูกทิ้งเรื้อรังกัดกร่อนชาวบ้านเกือบทุกครัวเรือน ด้วยการวางกำลังเอกซเรย์พื้นที่รับผิดชอบทุกตารางนิ้ว นำข้อมูลมาวางแผนทำงานเชิงรุกทั้งป้องกันและปราบปราม
ถ้าเป็นไปได้ทั้งผู้บัญชาการและผู้บังคับการภูธรและนครบาล ควรสั่งกำชับพร้อมวางกรอบเวลาแล้วประเมินผลงานด้วยจะเป็นการกระตุ้นที่ดี ถ้าทุกโรงพักพร้อมใจกันขับเคลื่อนแบบต่อจิ๊กซอว์ให้เป็นภาพใหญ่ เชื่อว่ามะเร็งร้ายที่บรรดาอดีตพลพลสีกากีและอดีตการเมืองก่อไว้น่าจะบรรเทาเบาบางแน่นอน
“ “ประดู่แดง”มั่นใจว่าหัวหน้าโรงพัก รวมทั้ง รอง ผกก.และ สว.ทุกโรงพัก ทำได้แน่นอน เพราะการแต่งตั้งคราวนี้แทบไม่ได้ยินเสียงนินทาว่าต้องจ่ายเงินซื้อตำแหน่งแต่อย่างใด เมื่อไม่มีรายจ่าย เวลาที่จะเสียไปกับการหาช่องทางเพื่อถอนทุนจะไม่เกิด น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเดินหน้าบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน“
นอกจากจะเป็นผลงานให้กับตัวเองแล้ว ยังสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ช่วยให้ชาวบ้านพ้นจากกองทุกข์ที่ถมทับมากว่าแปดปีอีกด้วย !!!!


