ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกองทัพปลดแอกประชาชนจีน สั่งปลดและยึดทรัพย์ 2 นายทหารระดับนายพลคือ ฝาง เฟิงฮุย ประธานคณะเสนาธิการร่วมและคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และจาง หยาง สมาชิกของคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังพัวพันการทุจริตในกองทัพ ซึ่งทั้งสองคนถูกตั้งข้อสังเกตว่าเคยเดินทางมาหารือเรื่องอาวุธกับกองทัพของไทย ว่า บุคคลดังกล่าวเป็นคนละคนกับที่เคยเดินทางมาพูดคุยกับตน คนที่มาคือ นายเมิ่ง เจี้ยน จู้  ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

“เรื่องดังกล่าวเราไม่ได้เกี่ยว ข้องด้วย และการเจรจาซื้อ – ขายอาวุธ ทำในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่ได้ดำเนินการผ่านบริษัท ซึ่งคนที่เราสนิทคือ นายเมิ่ง เจี้ยน จู้ อดีตกรรมการประจำคณะกรรมการกลาง และเลขาธิการคณะกรรมการการเมืองและกฎหมายพรรคคอมนิวนิสต์จีนคนเดียว ส่วนสองคนนั้นเราไม่รู้จัก สื่อชอบเอาเรื่องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปเขียนเลอะเทอะ ชอบทำให้ผมเป็นตำบลกระสุนตก มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วสื่อชอบพูดเรื่องไม่จริงให้เป็นจริง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยิ่งใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งเท่าไร เหมือนว่าคนในรัฐบาล และ คสช.จะถูกขุดคุ้ยมากขึ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่เกี่ยว เพราะไม่ได้เล่นการเมือง และ คสช.ไม่เคยทำอะไรที่ผิด ทุกอย่างที่ทำมีการประชุมร่วมกัน ทำไปตามตัวบทกฎหมาย

เมื่อถามว่า มองว่า ทำไมจึงมีข่าวแบบนี้ออกมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เพราะคนมันจะบิดเบือน ว่ารู้จักคนระดับสูงใน คสช. ยืนยันการจัดซื้ออาวุธเป็นแบบจีทูจี เราไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องของกองทัพ ไปพิจารณาว่า จะเอาอะไร ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลย