“ทุกหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย จะมีเสียงนินทาว่าจะใช้ช่องว่างของกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์กันสม่ำเสมอ บางหน่วยงานเจอเจ้าหน้าที่ใจถึงกล้าได้กล้าเสียจะเรียกรับผลประโยชน์จากชาวบ้านแบบตรงๆ“

หากเจอชาวบ้านใจสู้ไม่ยอมจะแจ้งให้ตำรวจหรือ สำนักงานป้องกันและการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)วางแผนเข้าจับกุม ซึ่งปรากฏเป็นข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะจับกุมระดับปฏิบัติการมากกว่าระดับบริหาร ทั้งที่ผลประโยชน์บางส่วนถุกแบ่งส่งไปบรรณาการผู้บริหารอยู่แล้ว
หน่วยงานที่ถูกมองว่าใช้ช่องว่างกฎหมายหาประโยชน์และถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดมีไม่กี่หน่วยงาน อาทิ ตำรวจ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เป็นต้น ซึ่งแต่ละกรมหากตรวจสอบทรัพย์สินของระดับบิ๊กๆแล้วจะพบว่าล้วนแต่มีฐานะแทบทั้งสิ้นเพียงแต่ถูกเก็บซ่อนไว้ค่อนข้างมิดชิด บางคนพอเกษียณอายุช่วง2-3ปี จะอยู่แบบเขียมๆ แต่ผ่านระยะที่ไม่ถูกตรวจสอบแล้ว จะเกิดปรากฏการณือู้ฟุ่ขึ้นมาทันที
แต่การแสวงหาประโยชน์ที่ดูเหมือนจะกระทบต่อราคาสินค้ามากที่สุดโดยเฉพาะสินค้านำเข้า กรมศุลกากรจะหนีข้อครหานี้ไม่พ้น หลายกรณีที่เคลียร์ผลประโยชน์กันไม่ลงตัวสินค้าจะถูกกักไว้ที่คลังสินค้าทัณฑ์บน จนกว่าจะเคลียร์ผลประโยชน์ลงตัวถึงจะปล่อยสินค้าออกมาได้
หากเคลียร์ผลประโยชน์กันไม่ลงตัวจริงๆ จะปรากฏเป็นข่าวออกสื่อให้เห็นบ่อยครั้ง อาทิกรณีหมูเถื่อน ที่เป็นข่าวโด่งในยุครัฐบาลนายเศรษฐาทวีสิน เป็นต้น ในช่วงที่มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เข้าสืบสวน มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร จะปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มงวดตรงไปตรงมา แต่พอข่าวคราวเริ่มเงียบหาย อาการเดิมๆของเจ้าหน้าที่ศุลกากรบางคนบางกลุ่มที่จับมือกับพวกชิปปิ้ง แสวงหาผลประโยชน์ได้กำเริบขึ้นมาทันที มีหลายกรณีถ้าเจ้าหน้าที่ฯกับชิปปี้งเกิดอาการเกาเหลากันปัญหาการเคลียร์สินค้าจะสะดุดลง
ขอยกตัวอย่างมีการร้องเรียนกันถ้าอ่านจากเนื้อหาคาดว่าเจ้าหน้าที่ฯน่าจะมีปัญหากับชิปปิ้ง ข้อร้องเรียนเริ่มจากบริษัทคนจีนนำเข้าสินค้าตู้คีบตุ๊กตา มีข้อความปรากฏในไลน์ว่า ปกติน้องมันจ่ายอยู่รอบละ 49,000 บาท รอบนี้จ่ายไปแล้วซิปปี้ไม่ยอมจ่ายเขา ตอนนี้เจ้าของบริษัทเป็นคนจีนนัดเคลียร์กับบิ๊กศุลกากรบางคนที่มีอำนาจตัดสินใจ โดยเคลียร์ตู้เดียวก่อน
ข้อความระบุอีกว่าถ้าเคลียร์ตู้นี้ผ่านจะเอาเข้ามาอีก 40 ตู้ เพื่อส่งให้ศูนย์การค้าชื่อดัง งานนี้นัดเจ้าหน้าที่จ่ายเงินกันแล้ว ก่อนที่เอกสารจะส่งมา เอกสารอยู่ที่ชิปปิ้ง แต่ติดต่อชิปปิ้งไม่ได้ ทั้งที่เคยใช้บริหารชิปปิ้งคนนี้มากว่า 10 ครั้งแล้ว ครั้งนี้กลับมีปัญหา และมีข้อความตอบโต้เชิงต่อว่าชิปปิ้งว่า มันโง่นะ เพราะเขากำลังจะนำเข้าอีก 40 ตู้
ในข้อความตอบโต้ระบุว่าเจ้าของบริษัทคนจีนได้เข้าไปขอเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรระดับสูงที่สามารถตัดสินใจให้นำสินค้าเข้าได้ เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ถ้าเคลียร์กันลงตัวผลประโยชน์น่าจะตกอยู่ประมาณ 2,000,000 บาท กรณีนี้เป็นข่าวค่อนข้างดังในแวดวงชิปปิ้งและกรมศุลกากร
สำหรับเรื่องที่ร้องเรียนข้อเท็จจริงเป็นประการใดสุดจะคาดเดา แต่คาดว่าน่าจะมีมูลบ้างเพราะมีการนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมานำเสนอด้วย ถ้ามองอย่างวิเคราะห์พออนุมานได้ว่าข้อร้องเรียนนี้ถ้าเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะมูลค่าแค่หลักล้าน แต่ถ้าทำซ้ำบ่อยๆจะเป็นผลประโยชน์มหาศาล
ถ้าข้อร้องเรียนที่เป็นจริง เจ้าบริษัทนำเข้าที่เป็นคนจีนบุกเข้าไปเคลียร์กับระดับบิ๊กกรมศุลกากรจริงและสามารถเคลียร์ได้จริง เชื่อว่าสินค้านำเข้าอื่นๆคงเคลียร์ได้เช่นกัน ผลประโยชน์ที่ควรเป็นรายได้เข้ารัฐแบบเต็มๆจะถูกแบ่งเข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่รัฐแบบสบายๆ เข้าทำนองฉ้อราษฎร์ บังหลวง
ดังนั้นเพื่อความกระจ่างและลบข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรบางคนบางกลุ่มกำลังใช้ช่องว่างกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องเร่งสั่งการให้อธิบดีกรมศุลกากร ตรวจสอบโดยด่วนแล้วทำความจริงให้ปรากฏ ถ้าพบการกระทำผิดต้องลงโทษ แล้ววางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบโดยด่วน
ถ้าปล่อยผ่าน นอกจากประเทศชาติจะเสียผลประโยชน์แล้ว นักธุรกิจต่างชาติจะมองว่าประเทศไทยมากด้วยกลไกแห่งการทุจริต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินใจไม่ยากเข้ามาลงในประเทศไทยก็เป็นได้ !!!


