นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบพฤติกรรมของบางพรรคการเมือง ส่งว่าที่ผู้สมัครและเครือข่ายผู้สนับสนุนพรรคไปเก็บบัตรประชาชนของประชาชนในหลายพื้นที่ อ้างว่า เพื่อมาสมัครสมาชิกพรรคการเมือง โดยพบมากในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่นที่ จังหวัดนครราชสีมา มีการจ่ายเงินสนับสนุนการหาสมาชิกพรรคดังกล่าว หัวละ 200 บาท ประชาชนที่ถูกเก็บบัตรประชาชนมาจะได้หัวละ 100 บาท อีก 100 บาท จะจัดสรรเป็นค่าตอบแทนให้กับเครือข่ายว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่

“เก็บมาก ได้มาก เก็บน้อย ได้น้อย ไม่แน่ใจว่านี่คือ ผลสัมฤทธิ์และความก้าวหน้าของการปฏิรูปทางการเมืองของรัฐบาลหรือไม่ รวมถึงพฤติกรรมการไปจัดประชุมชาวบ้าน ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น อย่างเอิกเกริกและเปิดเผย โดยไม่สนใจประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอตั้งคำถามว่า คำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม มีผลบังคับใช้กับทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ คำสั่งคลายล็อก คลายเท่ากันหรือไม่ คำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่หรือไม่ ทำไมถึงถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ ทีกับฝ่ายตรงข้าม ขึงขัง เคร่งครัด แต่สั่งให้ลดราวาศอก เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กับพวกพ้องตัวเองหรือไม่ หรือถ้าหากมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้ ก็ควรยกเลิกประกาศหรือคำสั่งที่อาจเป็นการริดรอนสิทธิ ประชาชน ดีกว่าหรือไม่ อันจะนำไปสู่การปลดล็อกพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองสามารถ