นายศรีสุวรรณ จรรยา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่ชาวบางปะกงที่กำลังได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จนต้องบุกศาลากลางยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กรณีถูกนายทุนได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินในเขตพื้นที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง เป็นจำนวนมากหลายพันไร่ ต่อมาได้ถูกรื้อถอนและขับไล่ชาวบ้านให้ออกไปจากที่ดินทำกินที่เคยเช่าอยู่เดิมให้ออกไปจากพื้นที่ เพื่อปรับพื้นที่เตรียมผุดเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ รองรับการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC นั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินแปลงใหญ่ติดลำน้ำบางปะกงเลียบยาวตลอดแนวถนนสายมอเตอร์เวย์ (สาย 7) กรุงเทพฯ-พัทยา ด้านทิศใต้จนถึงพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าบางปะกง โดยขณะนี้ได้เริ่มทำการปรับถมพื้นที่และขับไล่ให้ชาวบ้านรื้อถอนที่อยู่อาศัยที่เคยเช่าทำกินภาคเกษตรกรรมออกไปให้พ้นพื้นที่โดยที่ยังไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นต่อชาวบ้านข้างเคียงก่อนแต่อย่างใด และไม่มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ละเมิดกฎหมายผังเมืองไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้พัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเมืองใหม่ ซึ่งได้มีการอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างและขุดถมที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทำให้โครงการดังกล่าวส่งผลกระทบทันทีต่อชุมชนดั้งเดิมทั้งผู้เช่าที่ดินทำนาและผู้มีโฉนดที่ดินข้างเคียง ละเมิด กฎหมายการเช่าที่นา ทั้งยังทำลายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

“ที่ผ่านมาชาวบ้านได้เดินทางเข้าลงบันทึกแจ้งความไว้แล้วยังที่ สภ.บางปะกง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ รวมทั้งล่าสุดได้ไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทราแล้ว แต่ก็ไม่มีผลคืบหน้า กลุ่มนายทุนยังคงเดินหน้าปรับถมพื้นที่โดยไม่แคร์ต่อเสียงเรียกร้องของชาวบ้านแต่อย่างใด
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบางปะกงจึงจะนำความไปฟ้องคณะกรรมการ EEC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องระงับหรือเพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมาย” นายศรีสุวรรณ กล่าว