ชาวนราธิวาสทำกำไลทองไพลินล้อมเพชรมูลค่าเกือบ 3 แสนตกย่านสยาม กล้องจับชัดหญิงเก็บใส่กระเป๋า ตร.รู้ตัวแล้ว เตรียมคืนทรัพย์พรุ่งนี้

8


หญิงชาวจังหวัดนราธิวาสเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนำกำไลข้อมือทองประดับไพลินล้อมเพชรหนัก 3 บาท มูลค่าเกือบ 300,000 บาท ไปขายที่มาบุญครอง แต่ทำตกหน้าร้านวัตสันย่านสยามโดยไม่รู้ตัว ก่อนกล้องวงจรปิดบันทึกภาพหญิงรายหนึ่งก้มเก็บใส่กระเป๋าไว้ชัดเจน ล่าสุดตำรวจ สน.ปทุมวัน สืบสวนจนทราบตัวผู้เก็บแล้ว เจ้าตัวยอมรับและพร้อมนำทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหายในวันพรุ่งนี้ หลังเดินทางไปร่วมงานศพญาติที่จังหวัดขอนแก่น

จากกรณีหญิงชาวจังหวัดนราธิวาสร้องขอความช่วยเหลือ หลังทำกำไลข้อมือทองประดับไพลินล้อมเพชร น้ำหนัก 3 บาท มูลค่าเกือบ 300,000 บาท ตกบริเวณหน้าร้านวัตสัน ภายในห้างสรรพสินค้าย่านสยาม ก่อนมีหญิงรายหนึ่งก้มเก็บไปและไม่ได้ติดต่อส่งคืนเจ้าของ

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างบันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน ขณะนางกษมา อูมา ผู้เสียหาย เดินผ่านหน้าร้านวัตสัน ก่อนที่กำไลข้อมือทองจะหลุดตกลงบนพื้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว จากนั้นไม่นาน มีหญิงคนหนึ่งสวมหมวกลายทหาร เสื้อสีดำ กางเกงขาสั้น ถือร่มสีขาวลายแดง-ดำ เดินตามหลังมา ก่อนก้มลงหยิบกำไลขึ้นมาดู และเก็บใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินออกจากจุดเกิดเหตุ โดยกล้องสามารถบันทึกใบหน้าของหญิงคนดังกล่าวไว้ได้อย่างชัดเจน

นางกษมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เดินทางจากจังหวัดนราธิวาสมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อนำกำไลข้อมือดังกล่าวไปขายที่ห้างมาบุญครอง โดยช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่สถานีสยาม ก่อนเดินผ่านสยามเซ็นเตอร์มุ่งหน้าไปยังมาบุญครอง กระทั่งเมื่อเดินทางถึงจุดหมายจึงพบว่ากำไลข้อมือได้หายไปแล้ว

หลังรู้ตัวจึงรีบเดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิมเพื่อค้นหา แต่ไม่พบกำไล จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันเดียวกัน

ต่อมาในวันที่ 29 มิถุนายน ผู้เสียหายได้นำเอกสารลงบันทึกประจำวันไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดของห้าง จนพบหลักฐานชัดเจนว่า กำไลได้ตกบริเวณหน้าร้านวัตสัน และมีหญิงรายหนึ่งเก็บไป

ผู้เสียหายระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากหลังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด รู้สึกว่าหญิงผู้เก็บกำไลมีลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ จึงกังวลว่าหากเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติจริง อาจเดินทางออกนอกประเทศก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวได้ ทำให้โอกาสได้ทรัพย์สินคืนมีน้อย จึงหวังให้การนำเสนอข่าวช่วยให้ผู้ที่เก็บกำไลเห็นข่าวและนำมาคืน หรือมีผู้พบเห็นจนสามารถแจ้งเบาะแสให้ตำรวจติดตามตัวได้

ด้านความคืบหน้าทางคดี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จนสามารถทราบตัวหญิงที่เก็บกำไลข้อมือได้แล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อคดี

จากการตรวจสอบพบว่า หญิงผู้เก็บกำไลเป็นคนไทย ไม่ใช่ชาวต่างชาติตามที่ผู้เสียหายกังวลในเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานติดต่อไปยังหญิงรายดังกล่าว ซึ่งแจ้งว่าขณะนี้เดินทางไปจังหวัดขอนแก่นเพื่อร่วมงานฌาปนกิจศพญาติ และเนื่องจากรีบเดินทางจึงยังไม่มีโอกาสนำกำไลไปส่งคืน

หญิงผู้เก็บกำไลยังระบุว่า เมื่อเห็นข่าวจากสื่อมวลชนและได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมให้ความร่วมมือ และยินดีนำทรัพย์สินมาคืนแก่เจ้าของทันที

ล่าสุด ผู้เสียหายได้พูดคุยกับหญิงผู้เก็บกำไลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายตกลงนัดส่งมอบกำไลข้อมือคืนกันในวันพรุ่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอำนวยความสะดวกและติดตามการส่งคืนทรัพย์สินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นางกษมา กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ที่เร่งติดตามคดีอย่างรวดเร็ว รวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูล จนสามารถติดตามผู้เก็บกำไลได้ และทำให้ทรัพย์สินอันมีค่ากำลังจะได้กลับคืนสู่เจ้าของในที่สุด.