นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศสนใจงานทางการเมือง ว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนสงสัยมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และน่าคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์เริ่มสนใจงานทางการเมืองมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สนใจตั้งแต่สมัยเป็นผบ.ทบ.หรือเพิ่งมาสนใจหลังการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 เพราะถ้าสนใจมาก่อนการยึดอำนาจ คำถามที่ว่าทำไมการก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศ ขัดขวางการเลือกตั้ง ฝ่ายความมั่นคงจึงเกียร์ว่างหรือไม่ รวมถึงหลังการยึดอำนาจ ก็ยังตั้งแกนนำม็อบที่มีคดีอุกฉกรรจ์มารับตำแหน่งสำคัญๆในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์เอง

“ในสถานการณ์ปรกติรัฐบาลรักษาการก่อนการเลือกตั้ง จะถูกควบคุมไม่ให้อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่โยกย้ายข้าราชการเพื่อเอาเปรียบหรือเป็นมือเป็นไม้ในการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังจะมีขึ้นท่ามกลางดาบอาญาสิทธิมาตรา 44 ในมือ พร้อมการจัดวางเครือข่ายขุมกำลังองคาพยพ กองทัพ รวมทั้งข้าราชการพลเรือนหรือไม่”

นายอนุสรณ์ กล่าวเพิ่มว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศสนใจการเมืองอาจไม่แปลกมาก แต่การที่รัฐมนตรีเกือบครึ่งครม.และแกนนำรัฐบาล นัดกันมาประกาศสนใจการเมืองพร้อมๆกันในช่วงเวลาเดียวกันดูจะพิลึกอยู่ไม่น้อย พล.อ.ประยุทธ์ โชคดีและมีแต้มต่อมากกว่าคนไทยกว่า 60 ล้านคน ที่สนใจการเมืองแล้วสามารถเข้าสู่อำนาจได้ทันที แม้ช่วงต้นจะอ้างว่ามาเป็นกรรมการ แต่ตอนนี้คณะกรรมการเกือบทั้งคณะกำลังจะผันตัวเองไปเป็นผู้เล่นเสียเอง

“ประชาชนอาจจะอยากบอกผู้ถืออำนาจรัฐว่า ถ้าจะเข้าสู่การเมืองและการเลือกตั้งอย่างสง่างาม ขอให้วางปืนลง ปลดล็อคให้พรรคการเมือง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง แล้วเข้าสู่การเลือกตั้ง ช่วยกันทำให้เป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมจะดีกว่า” นายอนุสรณ์ กล่าว