ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตนขอย้ำว่า​ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า “การปลดล็อคให้การเมืองของประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดคือ วิถีทางที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าและหลุดพ้นจากวิกฤติทั้งปวงและจะทำให้ประชาชนสามารถกลับคืนมามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม” เกือบ​ 4-5 ปีที่ผ่านมาประเทศตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษมานานพอสมควรแล้ว รัฐบาลและคสช.ได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องโดยประชาชนทุกฝ่ายไม่ได้สร้างเงื่อนไขใดๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าของประเทศเลย ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมานี้

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า “กลุ่มผู้มีอำนาจ” ได้ดำเนินการรีเซ็ทสมาชิกของทุกพรรคการเมือง ยุบสาขาพรรคการเมืองของพรรคการเมืองเดิมทุกพรรคและได้ใช้เงื่อนไขที่ “ฝ่ายตน” ได้เปรียบดำเนินการหาความนิยม ออกเดินสายพบประชาชนและและใช้งบประมาณในการสร้างผลงานไปตามความคิดความเชื่อของฝ่ายตนแต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่อง มาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้อื่นทุกฝ่ายมากมาย ไม่ทราบว่าการสร้างความได้เปรียบทุกฝ่ายมามากขนาดนี้แล้วยังมีความหวาดกลัวอะไรอีก​

“อยากถามนายกฯประยุทธ์​ รองนายกฯวิษณุและผู้มีอำนาจในรัฐบาลทุกคน วันนี้พวกท่านกลัวอะไรจึงไม่กล้าปลดล็อคให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีอิสรภาพที่จะพบปะแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อร่วมหาทางออกประเทศและขอสิทธิที่จะกำหนดอนาคตของชีวิตของพวกเขาให้คืนกลับมาดุจเดิม” นายภูมิธรรม กล่า

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ท่านนายกฯ​ และท่านรองนายกฯกลัวอะไร การปลดล็อคทางการเมืองคือ​ การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนและทุกพรรคการเมืองได้มีโอกาสร่วมกันระดมความคิดและช่วยกันหาทางออกให้ประเทศพ้นจากวิกฤติด้วยกระบวนการช่วยกันแสวงหาและกำหนดนโยบายใหม่ที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและชีวิตของประชาชนเองเป็นสิ่งไม่ดีตรงไหน​

“วานนายกฯประยุทธ์และรองนายกฯวิษณุช่วยตอบให้กระจ่างหรือว่าจะมีผลไปกระทบแผนการที่จะเดินหน้าเพื่อขอเป็นรัฐบาลต่อไปอีกสมัยหนึ่ง​ ช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วยครับ” นายภูมิธรรม กล่าว