นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์แก้ตัวกับสื่อต่างประเทศปฏิเสธไม่ได้อยากให้เกิดการปฏิวัติ และพยายามโทษมาที่พรรคเพื่อไทยนั้นว่า อยากให้นายอภิสิทธิ์ได้กลับไปย้อนหลังดูพฤติกรรมและการให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์เอง ตั้งแต่ในอดีตจะเห็นได้ชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาเช่นไร และเมื่อนายนคร มาฉิม อดีต สส. ปชป. ออกมายอมรับและเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเอง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจน ซึ่งข้อมูลในอดีตนี้ทำให้สื่อต่างประเทศที่ติดตามการเมืองไทยได้เข้าใจดีจนยากจะปฏิเสธ และคนไทยส่วนใหญ่เองก็เห็นเช่นกัน ซึ่งต้องถามว่า คนไทยส่วนใหญ่เชื่อใครมากกว่ากันระหว่าง นายนคร มาฉิม หรือ นายอภิสิทธิ์ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า ใครบ้างมีส่วนเป็นสาเหตุทำให้ ประชาชนส่วนใหญ่ลำบากกันอย่างมากจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้อยากให้นายอภิสิทธิ์ได้ตอบ 5 คำถามนี้

1. หากนายอภิสิทธิ์ และ พรรค ปชป. ไม่ต้องการให้เกิดการปฏิวัติ เหตุใด พรรค ปชป. จึงบอยคอตการเลือกตั้ง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก  เพราะในปี 2549 นายอภิสิทธิ์ และ พรรค ปชป. ก็บอยคอตการเลือกตั้งเช่นกัน และต่อมาก็เกิดการปฏิวัติ ดังนั้นการบอยคอตการเลือกตั้งครั้งที่ 2 นี้ ประชาชนคาดว่า นายอภิสิทธิ์จะหวังผลเช่นไร

2. เหตุใดนายอภิสิทธิ์ และ แกนนำพรรค ปชป. รวมถึง นายชวน หลีกภัย จึงลงมาเป่านกหวีดร่วมประท้วงกับ กลุ่ม กปปส. ที่มี อดีต เลขาธิการพรรค ปชป. เป็นผู้นำ ซึ่งการประท้วงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติใช่หรือไม่

3. เหตุใด สมาชิกพรรค ปชป. ถึงได้ลบหลู่ประธานสภาฯ ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ด้วยการ กระชากเก้าอี้ และ ขว้างเอกสารใส่ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนรังเกียจพฤติกรรมของนักการเมือง แล้วจึงเกิดการปฏิวัติ ใช่หรือไม่

4. หากนายอภิสิทธิ์ เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยทำผิด เหตุใดจึงไม่ให้ ประชาชนตัดสินและลงโทษในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้น พรรค ปชป. อาจจะชนะการเลือกตั้งก็เป็นได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ ส.ส. มากกว่าเดิม และอาจจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยได้ แล้วจะบอกว่า พรรค ปชป. เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร

5. หากนายอภิสิทธิ์ บอกว่า พรรค ปชป. ไม่สนับสนุนการปฏิวัติ และไม่สนับสนุนเผด็จการ นายอภิสิทธิ์และ พรรค ปชป. กล้าประกาศแบบชัดๆ หรือไม่ว่า จะไม่สนับสนุน พรรคทหาร และ พลเอกประยุทธ์ เป็น นายกฯ และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจต่อ หลังการเลือกตั้ง ? ไม่ใช่ใช้โวหารพูดแบบกำกวม

นายพิชัย กล่าวว่า นี่เป็นเพียงบางคำถามเท่านั้น หากนายอภิสิทธิ์และพรรค ปชป. ประกาศจะยืนอยู่ข้างฝั่งประชาธิปไตย ต้องตอบและประกาศเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่อาศัยเพียงคำพูดและวาทกรรมที่ตนถนัด เพียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากเลือกตั้งเท่านั้น แล้วสุดท้ายก็อาจจะไปยกมือสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ก็เป็นได้  ซึ่งหาก พรรค ปชป. ยังไม่ยอมรับความผิดในอดีต และ ไม่หาจุดยืนเพื่อแก้ไข ประชาชนจะลงโทษพรรค ปชป. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดกันว่า พรรค ปชป. จะเป็นพรรคต่ำร้อย คือ ได้ สส. น้อยกว่า 100 เสียง  และอยากให้ นายอภิสิทธิ์ ได้ฟังหลานชายตนเองที่ยอมรับความจริงว่า พรรค ปชป ไม่เคยออกนโยบายได้โดนใจประชาชนเลย จึงทำให้ พรรค ปชป. พ่ายแพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอด 20 ปี

“อยากให้นายอภิสิทธิ์และพรรค ปชป. ได้ศึกษาแนวคิด ‘ทักษิโณมิกส์’ เผื่อจะมีแนวนโยบายที่ถูกใจประชาชนบ้าง ไม่ใช่ประชาชนจะจำได้แค่ นโยบายชั่งไข่ นโยบายแจกเช็ค 2,000 บาท นโยบายไทยเข้มแข็งที่ประชาชนไม่รู้เลยว่า 4 แสนล้านบาท เอาไปใช้จ่ายอะไร และนโยบายสร้างโรงพัก 396 แห่งไม่เสร็จที่ ปปช. กำลังจะฟ้องอยู่ เป็นต้น ประชาชนต้องการนโยบายที่จับต้องได้และรู้สึกดีขึ้นได้จริงเช่น “ทักษโณมิกส์” ที่เห็นผลมาแล้ว ไม่ใช่นโยบายดีแต่พูดหรือโม้แค่ตัวเลข ซึ่งหากพรรค ปชป. สามารถคิดและพัฒนานโยบายที่สามารถแข่งขันกับพรรคเพื่อไทยได้ สมาชิกพรรค ปชป. ก็จะได้ไม่ต้องไปร่วมประท้วงแล้วสร้างปัญหาให้กับประเทศอีก “ นายพิชัย กล่าว