บรรยากาศเลือก สว.สูตรพิสดาร มาพร้อมกับสารพัดข่าวลือ ส่อโมฆะ-ฟ้องกันนัว-ชุดเก่ายื้อ

490

        ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางบรรยากาศเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.)จะมีสารพัดข่าวลือปล่อยกันออกมาเป็นระยะทั้งแบบปากต่อปาก ผ่านสื่อโซเซียล และการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ


      ข่าวแรกมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ออกระเบียบเลือกตั้งมิชอบ อาจจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ จนมีบางคนนำไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ ?


       แต่ที่น่าจับหลังการเลือกตั้งระดับอำเภอ มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้สมัครที่จ่ายค่าสมัครสูงถึง 2,500 บาท แต่ไม่ยอมลงคะแนนเสียงให้กับตัวเองแต่ไปเทคะแนนให้กับผู้สมัครรายอื่น เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่ามีนับหมื่นใบ ส่งผลให้คนบางกลุ่มจะไปร้องให้กกต.ตรวจสอบเอาผิดว่าเข้าข่ายฮั้วหรือว่าจ้างให้ลงคะแนนหรือไม่ ?


       ขณะที่บางคนบางกลุ่มเรียกร้องให้กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครกลุ่มต่างๆว่ามีคุณสมบัติตรงกับที่ตัวเองสมัครหรือไม่ ยกตัวอย่างจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือตอนบนผู้สมัครกลุ่มที่ 1 กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง มีคุณวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้น ระบุในประวัติว่าอาชีพทำนา หรือจังหวัดหนึ่งในภาคกลางสมัครกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมหรืออื่นๆในทำนองเดียว ระบุในประวัติว่าช่วยประชาชนที่โดนรังแก ประสานกับหัวหน้าโรงพักช่วยเหลือประชาชนที่โดนรังแก นี่คือตัวอย่างเพียงบางส่วนที่ยื่นสมัครและเข้าคัดเลือกระดับอำเภอแล้ว


        ประเด็นเหล่านี้อาจจะร้องเรียนว่ากกต.ให้ตรวจสอบบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่มที่สมัครได้อย่างไร รวมถึงอาจจะร้องเรียนให้ตรวจสอบผู้รับรองด้วยว่ามีการรับรองเป็นเท็จหรือไม่ซึ่งในใบสมัครระบุว่าหากรับรองเป็นเท็จจะถูกดำเนินคดีอาญา


        นอกจากมีข่าวลือว่าหลังเลือกตั้งอาจจะมีกลุ่มสว.เก่าอาจจะยื้อด้วยการให้ทีมทำงานหาช่องโหว่ในการจัดเลือกตั้งครั้งนี้ ส่อไปในทางขัดกฎหมายหรือขัดรัฐธรรมนูญ ให้กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนที่จะประกาศรับรองผลเลือกตั้งสว.ชุดใหม่อย่างเป็นทางการ ถ้าดำเนินการจริงตามที่มีข่าวลือตามสื่อต่างๆ อาจจะส่งผลให้การรับรองผลเลือกตั้งยึดระยะเวลาออกไปอย่าน้อย 2-3 เดือนหรือหลายเดือนจะส่งผลให้ สว.ชุดเก่านั่งรักษาการต่อแบบยาวๆ เพราะอำนาจและผลประโยชน์ไม่เข้าใครออก พอเสพเข้าไปนานๆจะเสพติดยิ่งกว่าเสพยาบ้าหรือกัญชาเสียอีก


   บางคนวิเคราะห์กันว่าการจัดเลือกตั้งสว.ครั้งนี้เป็นเกมที่กลุ่มอำนาจเก่าวางไว้ โดยผู้สมัครเป็นเบี้ยบนกระดาน  พอหลังเลือกตั้งอาจจะประกาศให้เป็นโมฆะ ผลในทางลบจะตามมาอย่างมากมาย ผู้สมัครที่ได้รับเลือกต้องรวมกันฟ้องร้องกกต.หรืออาจจะฟ้ององค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ความวุ่นวายจะเกิด บวกสถานการณ์ทางการเมืองไม่นิ่ง ทั้งปมยุบพรรคก้าวไกล ปมนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ และปมคดีนายทักษิณ ชินวัตร ผิดมาตรา 112


       ปมร้อนเหล่านี้ล้วนเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน ความวุ่นวายหรือสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอาจจะทวีความรุนแรงแบบแตกหัก  จนนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจอีกรอบก็เป็นได้  เมื่อผนวกความการบริหารประเทศของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ที่โพลบางสำนักระบุว่าชาวบ้านไม่พึงพอใจการบริหารประเทศ เพราะไม่มีนโยบายไหนที่ประชาชนสัมผัสได้เลยว่าบรรลุเป้าหมาย ที่เคยสัญญาช่วงหาเสียงว่าถ้าพรรคเพื่อไทยบริหาร น้ำมัน ค่าไฟฟ้า ลดราคาทันที ชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยาบ้า ต้องหมดไป แต่เวลาผ่านมากว่า 10 เดือน ทุกคำพูดที่เคยสัญญา กลับกลายเป็นตรงข้ามทั้งสิ้น น้ำมันขึ้นราคาแบบฉุดไม่อยู่ ค่าไฟฟ้าบิลมาแต่ละเดือนชาวบ้านหน้าซีด ยาบ้ายังหาซื้อได้เหมือนสินค้าในตลาดนัด

ปรากฏเหล่านี้เป็นสารพัดข่าวลือที่ปล่อยกันแบบไม่คำนึงถึงว่าภาพลักษณ์ของประเทศชาติจะติดลบในสายตาต่างชาติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติไม่กล้าที่จะลงทุน เพราะไม่เชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองของไทย เพราะแม้อยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้งยังปล่อยข่าวลือกันสารพัดเพียงเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง


      ดังนั้นคงต้องจับตากันว่าข่าวลือที่ปล่อยกันออกมาจะจริงหรือเท็จแค่ไหน ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ข่าวลือเหล่านี้เป็นเท็จ อย่างน้อยจะช่วยให้ประเทศชาติขับเคลื่อนไปได้และประชาชนจะไม่อยู่กันแบบสิ้นหวัง !!!