ควันหลงผลโพลของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ที่นำเสนอเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของภาครัฐทั้งประเด็นหน่วยงานเสี่ยงสูงต่อการเกิดคอร์รัปชั่นและเรียกรับสินบน และหน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูง มีหน่วยงานรัฐที่ถูกกล่าวหาจำนวนมาก บางกระทรวงมีมากถึง 4 กรม บางกระทรวง 3 กรม รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ซึ่งภาระหน้าที่ของแต่ละกรมล้วนมีช่องว่างที่จะแสวงผลประโยชน์จากภาคเอกชนได้ทั้งสิ้น แต่ละกรมที่มีชื่อติดโผส่อทุจริตหรือเสี่ยงเรียกรับสินบน แทบจะไม่มีอธิบดีหรือผู้นำหน่วยหรือผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกมาการันตีเลยว่าจะนำผลโพลไปสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวสามารถที่จะสันนิษฐานได้ 2 ประเด็น
ประเด็นแรกหน่วยงานที่ผลโพลระบุ ไม่มีการทุจริตเรียกรับสินบนเลยตั้งแต่หัวแถวยันปลายแถว ทำงานด้วยความโปร่งใสตรงไปตรงมา (มองแบบโลกสวย) ประเด็นที่สอง ทุจริตรับสินบนตั้งแต่หัวแถวยันปลายแถว แต่ขอเก็บเงียบเพราะถ้ารับลูกไปสะสางเท่ากับหมดหนโกงทั้งเงินหลวงและเงินราษฎร์ หรือจะเข้าทำนองยิกเล็บเจ็บเนื้อ ซึ่งแตกต่างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ติดทุกโพลเมื่อมีการสำรวจเกี่ยวกับการทุจริตรับสินบน แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)จะยืดอกรับแบบลูกผู้ชายว่าจะนำไปแก้ไขปรับปรุง สืบสวนสอบสวนหากพบกระทำผิดจะดำเนินการทั้งวินัยและอาญา
ครั้งนี้ก็เช่นกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ยืดออกรับอย่างลูกผู้ชายโดยไม่ตอบโต้แบบรัฐมนตรีและอธิบดีบางกรม ว่า น้อมรับฟังเสียงสะท้อน หากพบผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดต้องลงโทษทั้งวินัยและอาญาแบบเด็ดขาด ซึ่งเสียงขานรับกับผลโพลของ บรรดา ผบ.ตร.ทั้งอดีตและปัจจุบันว่าพร้อมจัดการกับตำรวจทุจริตหรือประพฤติชั่วนั้นมีหลักฐานพอที่จะยืนยันได้ แม้จะเป็นข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี และช่วง 2 ปีหลังอยู่ในระหว่างการรวบรวม เพราะมีตำรวจทำความผิดและมีคำสั่งลงโทษเป็นประจำทุกเดือน
จากข้อมูลช่วง 2564-2566 โดย ปี 2564 ตำรวจถูกภาคทัณฑ์ 760 นาย ทัณฑกรรม 5 นาย กักยาม 528 นาย กักขัง 616 นาย ตัดเงินเดือน 3 นาย ปลดออก 76 นาย และไล่ออก 213 นาย รวมทั้งหมด 2,201 นาย
ปี 2565 ภาคทัณฑ์ 789 นาย ทัณฑกรรม 3 นาย กักยาม 450 นาย กักขัง 666 นาย ตัดเงินเดือน 9 นาย ปลดออก 88 นาย ไล่ออก 247 นาย รวมทั้งหมด 2,252 นาย
ปี 2566 ภาคทัณฑ์ 647 นาย ทัณฑกรรม 4 นาย กักยาม 229 นาย กักขับ 410 นาย ตัดเงินเดือน 1 นาย ปลดออก 50 นาย ไล่ออก 190 นาย รวมทั้งหมด 1,531 นาย
ระยะเพียง 3 ปี ตำรวจที่ถูกลงทัณฑ์จากเบาไปหาหนัก รวมทั้งสิ้น 5,984 นาย ที่น่าสังเกตว่าสำนักสีกากีเอาจริงแบบไร้เยื่อใยคือลงโทษไล่ออก ตำรวจที่ถูกไล่ออกจะไม่ได้รับผลประโยชน์หรือสวัสดิการใดๆเลยมากถึง 650 นาย
จากตัวเลขลงโทษ หากเทียบกับข้าราชการหน่วยงานอื่น เชื่อว่าองค์กรตำรวจจะถูกลงทัณฑ์มากสุด ผลการลงทัณฑ์โดยเฉพาะการไล่ออกไม่ได้กระทบเพียงแค่ตำรวจที่ถูกลงโทษเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยเฉพาะตำรวจที่ถูกไล่ออกส่งผลกระทบอย่างน้อย 650 ครอบครัว
ที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการลงทัณฑ์ของตำรวจ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยวางเฉยที่จะจัดการกับตำรวจนอกแถวแต่อย่างใดหากเทียบกับหน่วยราชการอื่นหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรมด้วยกัน ถือว่าสำนักสีกากีมีมาตรฐานทางปกครองที่สูงกว่าทุกหน่วยงานก็ว่าได้ แม้มาตรฐานสูงแต่ยังมีตำรวจปฏิบัติตัวนอกรีตให้เห็นอยู่เนืองๆ อาจจะเพราะผลประโยชน์ล่อใจหรือนายส่งเสริมหรือสุดจะคาดเดา
แต่ที่แน่ๆคือเจ้าสำนักสีกากีไม่เคยละเลยที่จะจัดการกับตำรวจนอกรีตแบบจัดหนัก จึงสามารถบริหารองค์กรตำรวจให้เป็นพึ่งพิงของประชาชนได้ เพราะใจกว้างน้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์แล้วนำไปแก้ไขปรับปรุง
หากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดีกรมต่างๆ รวมถึงผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยึดเป็นแบบอย่างแล้วนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง น่าช่วยให้การทุจริตของประเทศที่มีเกือบทุกหย่อมหญ้าเบาบางลงได้บ้าง


