นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ ‘เข้าใจตรงกันนะ’ ทาง Peace TV ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2561 กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยยืนยันว่า ต้องการให้ทุกอย่างเดินตามโรดแมปเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเหมาะสมแล้ว โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้าการยืนยันจัดการเลือกตั้ง เกิดขึ้นเมื่อปี 2558, 2559 คนคงเชื่อมั่นและทุกพรรคการเมืองคงผัดหน้าทาแป้งเตรียมลงแข่งขันในสนาม แต่เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดถึงอีกครั้งในปีนี้ (2561) ทั้งที่ที่ผ่านมามีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปทุกปีตั้งแต่ 2558 ส่วนตัวฟังแล้วยังไม่มั่นใจและผู้คนอีกจำนวนมากก็รู้สึกไม่มั่นใจว่าจะได้เลือกตั้งเช่นเดียวกัน

“เพราะโรดแมปของท่านมันยืดได้หดได้ อย่างที่ผมเคยบอกว่า มันเป็น ‘โรดแมป’ หรือว่าเป็น ‘โรดแมปๆๆๆๆๆ’ กันแน่ เลื่อนไปทีละแมป สองแมป ดังนั้น ท่านนายกฯ จัดการเลือกตั้งให้ได้เสียทีเพราะถ้าต้องเลื่อนออกไปอีก ท่านจะอธิบายยังไง แม้กรอบกฎหมายจะให้ไปถึง 5 พฤษภาคม แต่อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ 24 กุมภาพันธ์” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ใครกันแน่ที่ไม่พร้อมจะให้มีการเลือกตั้ง ในเมื่อทุกพรรคการเมืองพร้อมทำตามกติกาแม้จะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริง ผู้มีอำนาจนี่แหละที่ไม่พร้อม ขณะที่กฎหมายพรรคการเมืองบังคับใช้แล้ว แต่ว่าผู้มีอำนาจไปติดล็อคเอาไว้ไม่ให้พรรคการเมืองขับเคลื่อน ไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม แล้วจะไปทำไพรมารีโหวตกันอย่างไร จึงเกิดคำถามว่า ตกลงที่ไม่ให้ทำ ทั้งๆ ที่พรรคการเมืองทุกพรรคเขาบอกว่าพร้อมเดินหน้า ปัญหาคือ ใครไม่พร้อมกันแน่ หรือมีพรรคการเมืองไหน ที่ยังต้องการเวลาแต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อพร้อมสำหรับกติกาใหม่ จะไปห้ามคนไม่ให้คิดแบบนี้ไม่ได้ เพราะออกอาการส่อพิรุธ การล็อคไม่ให้พรรคการเมืองทำอะไรได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้าเอาตามปฏิทิน กกต. เรื่องไพรมารีโหวตก็กระชั้นเข้ามาทุกที พอใกล้เวลาจวนตัว วันนี้จึงมีข่าวว่านายกฯ จะพิจารณาใช้ มาตรา 44 แก้ปัญหาเรื่องไพรมารีโหวตหรือไม่

“ตัวนายกฯ ก็ไม่ได้ฟันธง แต่ดูรูปทรงเหตุการณ์แล้ว ส่วนตัวผมคิดว่าจะออกทางนั้น ผมไม่ยอมรับวิถีอำนาจของมาตรา 44 แต่ถ้าหากยื้อกันไปมาจนสุดท้ายเป็นมูลเหตุสำคัญที่จะเลื่อนเลือกตั้งออกไป ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่า เพราะมีทั้งปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ ผมว่าเลื่อนช้าไปกว่านี้อีกก็ไม่ไหว จะเอาอย่างไรก็ว่ามา ผมเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปีหน้า แต่เมื่อยังไม่ประกาศก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ที่ผ่านมาเลื่อนเสียจนผู้คนไม่รู้ว่าตกลงอะไรเชื่อได้อะไรเชื่อไม่ได้ ดังนั้น ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า มีการประชดประชันกันตามวงข้าววงกาแฟ ว่าเลือกตั้งกุมภาฯ นี่ เลือกวันที่ 30 กุมภาฯ หรือเปล่า หรือ 31 กุมภาฯ อย่าประชดประชันกับผู้มีอำนาจขนาดนั้นเลยครับ ดูไปก่อน เพราะที่ผ่านมาก็ดูกันมาเกือบ 5 ปีแล้ว ดูกันให้พอใจ เพราะอย่างน้อยที่สุดใครก็ตามที่เผลอใจไปเชื่อว่าการยึดอำนาจจะแก้ปัญหาความขัดแย้งให้บ้านเมืองได้ จะสร้างแนวทางประชาธิปไตยได้ จะได้เลิกเชื่อให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยึดอำนาจเที่ยวนี้ เกือบ 5 ปีมาแล้ว แม้แต่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มา 2-3 รอบ บอกว่า ‘ไม่มีใครคิดว่าจะยึดอำนาจนานขนาดนี้

“นั่นล่ะครับชัดเลย แสดงว่าพวกคุณเข้าใจว่าตอนเป่านกหวีดให้พวกเขาออกมา นึกว่าเขามาปีเดียวเหมือนตอนยึดอำนาจ 19 กันยา 2549 เข้ามา 1 ปี แล้วเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ดังนั้น ผมเข้าใจว่าระดับแกนนำที่ออกมาบอกให้ปฏิรูปประเทศกันตะบี้ตะบัน เป่านกหวีดกันจนหูอื้อ เขาชวนเลือกตั้งก็ไม่ไป ตอนนั้นคงนึกว่า ยึดอำนาจปีกว่า ก็ได้เลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าซัดเข้าไปจะ 5 ปี แล้วยังไม่รู้จะได้เลือกตั้งหรือเปล่า ผมไม่ได้สะใจ เพราะเห็นใจคนเดือดร้อน แต่การให้บทเรียนกับคนบางกลุ่ม ไม่มีอะไรให้บทเรียนได้ดีเท่ากับให้สัมผัสจริง ไปๆ มาๆ ฝ่ายที่ไม่อยากเลือกตั้งคราวนั้น ตอนนี้อยากเลือกตั้งแซงหน้าพวกผมไปอีก อยากเลือกตั้งแซงหน้าเราไปแล้ว เรานี่ยังอยากเลือกตั้งแทบไม่ทันเลย” นายณัฐวุฒิ กล่าว