นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงประเด็นที่จะมีพรรคการเมืองส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 44 เกี่ยวกับคำสั่งคสช. ปลดล็อคพรรคการเมือง ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า หากฝ่ายใดร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอาจส่งผลให้คำสั่งคสช.ที่ออกมาไม่มีผลทางกฎหมายหรือไม่  และจะมีผลกระทบต่อโรดแมบเลือกตั้งปลายปี 61 นอกจากนี้ขอให้จับตาการพิจารณาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของสนช. ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีผลต่อวันเลือกตั้ง โดยเฉพาะร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.) สองฉบับสำคัญ พรป. เลือกตั้ง ส.ส และ พรป. ที่มา ส.ว.  ที่จะนำเข้าที่ประชุม สนช.ในเดือนนี้ ทั้งที่ยังไม่เคยนำมาสอบถามความคิดเห็นจากพรรคการเมืองในฐานะผู้ปฏิบัติเลย  จึงขอเรียกร้องให้ สนช.เปิดเผยรายละเอียดร่างพรป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ซึ่งตนมีข้อสังเกตในเนื้อหา แต่ไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะเกรงจะเข้าทางผู้ที่อยากทำให้เกิดปัญหา ซึ่งจะทำให้เสียการใหญ่

“ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ยอมลำบากและรับสภาพ เพราะเรายอมให้เลื่อนออกไปไม่ได้   ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม เพราะอยากเลือกตั้ง เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน บ้านเมืองจะเดินหน้าไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน” กล่าวโดย ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา

ในประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตนเองเป็นนักการเมืองและไม่ปฏิเสธนายกรัฐมนตรีคนนอกนั้น นายนิกร ให้ความเห้นว่า เป็นเรื่องที่ต้องรอดูต่อไปว่า นายกฯ จะยอมรับตอนเสนอชื่อหรือไม่ หรือจะยินยอมให้พรรคใดเสนอชื่อหรือไม่ นายนิกรมองว่าเส้นทางของพรรคฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมือนกันจึงไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องดังกล่าว ท้ายสุด นายนิกร ขอไม่เเสดงความเห็นว่าถ้าพรรคทหารชนะเสียงข้างมากในรัฐสภาและจัดตั้งพรรครัฐบาลแล้วพรรคชาติไทยพัฒนาจะร่วมด้วยหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง