จงใจหรือตรงไทม์ไลน์.? ป.ป.ช.เชือด”ชัยวัฒน์”หลังปูดหมุด ส.ป.ก.รุกเขาใหญ่

1042

 ไม่แน่ใจว่าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)นำคำตัดสินค้างเก่าก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน(ห้วยคมกฤติ)อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี  โดยมิชอบส่งอัยการสูงสุดฟันผิดอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แถมให้ผู้บังคับบัญชาพิจาณาโทษทางวินัยภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับเรื่องโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอีก เป็นการจงใจหรือดำเนินการตามไทม์ไลน์ปกติ


ทำให้สังคมอดที่จะแคลบแคลงไม่ได้ เพราะออกมาในจังหวะที่นายชัยวัฒน์ และทีมงานตรวจพบจุดหมุดนิรนามของส.ป.ก.4-01(สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม)ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สอบถามไปที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา ที่ดำเนินการด้านเอกสารสิทธิ แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ถ้ามองตามรูปการที่เจอหมุด ส.ป.ก รุกข้ามเข้าไปในเขตอุทยานฯ เป็น เรื่องปกติธรรมดามาก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง ส.ป.ก.จังหวัดฯและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สามารถที่จัดการได้เลย เพราะเป็นการทำผิดระเบียบหรือกฎหมายทั่วไปเท่านั้น


      แต่พออ่านคำสัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ ที่ระบุว่า”ไม่ใช่กระบวนการปกติ ที่ดินตรงนั้นไร่ละ 30 ล้านบาท ผมถามคำถามที่ส.ป.ก.ต้องตอบว่าใครที่ควรจะได้ที่ดินตรงนั้นไร่ละ 30 ล้าน คนหนึ่งได้ 15 ไร่ ถ้าผมยากจนอยู่ดีๆอยากได้และ 5 ปี ขายได้ 450 ล้าน  จะเป็นปกติไหมกับบางพื้นที่ที่มีคนจน ทำไมไม่ไปทำ ทำตรงมูลค่าสูงและกลุ่มที่ได้ก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย” คงพอมองว่าถ้าไม่มีอิทธิพลจริงคงไม่สามารถเข้ายึดครองได้ แม้ชื่อปรากฏจะโนเนม แต่เบื้องหลังน่าจะไม่ธรรมดา ขนาด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเดินหนีนักข่าวเมื่อถูกถามว่าใครอยู่เบื้องหลัง คงจะใช้อำนาจคล้ายกับที่สั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับพริตตี้ขายรถกิ๊ก บิ๊กทหารเข้าเป็นตำรวจทั้งที่อายุเกินกว่าระเบียบกำหนด


ดังนั้นกรณีหมุด ส.ป.ก.ปริศนาที่ถูกปูดออกมาชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเรา มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะหลังนายชัยวัฒน์ ออกมาแฉ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพล.ต.อ.พัชรวาท นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ถึงขั้นนัดเคลียร์กัน จนได้ข้อสรุปว่าต้องให้กรมแผ่นที่ทหารเป็นเจ้าภาพดำเนินการ
ซึ่งความจริงไม่จำเลย หากคิดจะอนุรักษ์ป่าให้อุดมสมบูรณ์ เพียงแค่ถอนหมุดออกและบริเวณดังกล่าวไม่ต้องออก ส.ป.ก. เพราะใกล้เขตอุทยานฯมาก ทุกอย่างจบแล้วเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบให้เสียเวลา


      ถ้า ร.อ.ธรรมนัส และ พล.ต.อ.พัชรวาท จริงใจจะแก้ปัญหาเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์ เพราะปัญหานี้เล็กแค่จิ๋มมดเท่านั้น แต่ดูพอจับอาการของ  2 เสนาบดี ดูเหมือนไม่ธรรมดาและอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่มีชื่อในส.ป.ก.นี้ถือแทนบิ๊กคนไหนหรือไม่ ? บางคนวิเคราะห์กันว่าเป็นการงัดข้อระหว่างกระทรวงเกษตรฯกับกระทรวงทรัพย์ฯหรือไม่ ? พออนุมานได้ว่าไม่น่าจะใช่ เพราะถ้างัดข้อกันจริง ป.ป.ช.คงไม่ชงเรื่องฟันนายชัยวัฒน์ แน่นอน เพราะอย่าลืมว่าประธาน ป.ป.ช.คนปัจจุบัน เคยเป็นหัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.พัชรวาท สมัยเป็นผบ.ตร.และเคยเป็นเลขาธิการพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรียุคคสช. นาฬิกายืมเพื่อนเป็นผลงานของ ป.ป.ช.ชุดนี้


    ทั้งที่ในความจริงแล้วเรื่องชงฟันวินัยควรยืดไปก่อน ปล่อยให้นายชัยวัฒน์ลุยหมุดส.ป.ก.ปริศนาให้จบสิ้นกระบวนความเอาพวกบุกรุกมาดำเนินคดี น่าจะเข้าท่ากว่า
คงต้องจับตาดูว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะผู้บังคับบัญชานายชัยวัฒน์ จะเร่งให้ฟันวินัยหรือชะลอไว้ก่อนปล่อยให้ลุยคดีถึงที่สุดแล้วค่อยมาจัดการภายหลังหรือไม่ ?
เพราะเชื่อว่าถ้าให้นายชัยวัฒน์ ลุยมีอธิบดีกรมอุทยานฯและ พล.ต.อ.พัชรวาท ใช้ความกล้าเป็นกำแพงให้พิง สังคมจะได้เห็นตัวบิ๊กๆที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังแน่นอน เพราะเครดิตนายชัยวัฒน์ ชาวบ้านเชื่อถือตั้งแต่ซ้อนแผนจับกุมอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯยึดเงินนับล้านคาห้องพักมาแล้ว


  แต่ถ้าคดีนี้จบแค่สั่งย้าย 6 เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.โคราช แล้วตั้งกรรมสอบสวนเอาผิด โดยไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่มีชื่อใน ส.ป.ก.ขึ้นป้ายแสดงกรรมสิทธิ์และผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังต้องพึ่งพรรคก้าวไกล ในฐานะฝ่ายค้านช่วยขุดคุ้ยนำข้อมูลไปอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลเหมือนยุครัฐบาลชวน หลีกภัย แจก ส.ป.ก.ที่ภูเก็ต  เชื่อว่าเขย่ารัฐบาลได้แน่นอน จะพึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จัดการคงลำบาก เพราะไม่กล้าพอที่จัดการแบบข้ามพรรคและข้ามกระทรวง !!!