พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้รายงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และที่ประชุมมีมติใช้ระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สิน ว่า เอกสารหรือข้อมูลที่มีอยู่ในตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงจำเป็นที่จะต้องไปขอข้อมูลกับบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาแต่ละยี่ห้อ ว่านาฬิกายี่ห้านี้ โมเดลนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ เขาได้ขายให้กับใคร เพื่อเป็นการยืนยันที่มาความเป็นเจ้าของ ว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกา  ทั้งนี้คาดว่าใช้เวลาไม่นานในการรอข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะเป็นการขอความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ใช่การขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่เป็นเอกชนที่พร้อมให้ข้อมูลหากมีข้อมูลตามที่เราประสานขอไป โดยกรอบเวลาที่รอข้อมูลจากต่างประเทศไม่มีกำหนดแน่ชัด แต่การดำเนินการที่ผ่านมาบางหน่วยงานก็ให้ข้อมูลเร็ว อย่างไรก็ตามหากบริษัทผู้ผลิตในต่างปฏิเสธให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ต้องมาพิจารณาหาหนทางอื่น ซึ่งหากไม่มีหนทางอื่น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องวินิฉัยตามข้อมูลหลักฐานเท่าที่มีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองว่าเหมือนกับยื้อเวลาออกไปอีกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาคดีดังกล่าวยื้อเวลา เพราะกรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาได้เล่าให้ตนฟังว่า หากทำไม่ครบถ้วนแล้วรีบสรุปไปก็จะเป็นประเด็นอีก เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้นก็พยายามที่จะหาข้อมูลให้ครบถ้วนครบประเด็น แต่กรณีดังกล่าวเกิดความติดขัด คือไม่ได้รับข้อมูลจากในประเทศ ก็จะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศ

เมื่อถามอีกว่าจะซ้ำรอยกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ที่สถาบันทางการเงินต่างประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กรณีดังกล่าวค่อนข้างช้าเพราะเป็นการขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ หรือมีกรณีที่บางประเทศในยุโรปไม่ยอมให้ข้อมูลเพราะมีเงื่อนไขว่าประเทศไทยยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ แม้ไทยจะมีกฎหมายที่กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีสามารถให้คำมั่นได้ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปบ้าง ยังคงดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะบางเรื่องบางประเด็นเป็นเรื่องทีเกิดมานานพอสมควร  ส่วนข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าเพียงพอที่จะชี้มูลความผิดหรือไม่ เพราะคณะทำงานจะต้องรายงานข้อมูลที่มีให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน