นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ว่า ได้ให้สำนักงานกกต.ทุกจังหวัดสำรวจอุปกรณ์ในการจัดเลือกตั้งว่าขาดเหลืออะไรบ้าง และเตรียมการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้ล่วงหน้าก่อน เมื่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมือง และประชาชน ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะล่าช้าจนกระทบต่อการทำไพรมารีโหวต ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ในส่วนการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ได้เน้นย้ำเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต รักสามัคคีในองค์กร หมั่นศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง มีความเป็นกลางทางการเมือง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งกกต.ได้มีการตั้งศูนย์อมบรมความรู้พัฒนาประชาธิปไตยทั่วประเทศ 7,522 แห่ง มีสมาชิกทั้งประเทศประมาณ 700,000 คน

ในความคืบหน้าการยื่นจดจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มการเมือง นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองมายื่นขอตั้งพรรค 114 กลุ่ม อยู่ระหว่างนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจเอกสารก่อนอนุมัติให้จัดตั้งเป็นพรรคการเมือง 5- 6 กลุ่ม ส่วนการขออนุญาต คสช.จัดประชุมเพื่อก่อตั้งพรรคถ้าเอกสารครบและคำขอจัดประชุมไม่มีอะไรขัดต่อความสงบก็ได้รับการอนุญาต

ในความคืบหน้าการตรวจสอบคลิปวิดีโอของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าเข้าข่ายชี้นำ ครอบงำจนอาจเป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรคได้ นายศุภชัย กล่าวว่า เราต้องดูว่าบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองควบคุม ครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งตอนนี้พรรคการเมืองยังไม่มีการประชุม แต่ต้องดูคนที่เข้าไปหารือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่

“หากไม่ใช่ผู้บริหารและไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองก็เป็นการคุยกันได้ แต่ถ้ามีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายว่าชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ตอนนี้กกต.ติดตามอยู่ว่ามีพรรคการเมืองใดกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายพรรคการเมือง มีการครอบงำ หรือมีพรรคการเมืองใดยอมให้มีการครอบงำ ให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคมาชี้นำก็จะผิดทั้งสองฝ่าย ซึ่งกกต.จะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เป็นธรรมเสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่าคสช.ยังไม่อนุญาตให้มีการประชุมพรรคการเมืองจะทำให้เป็นช่องโหว่ที่พรรคต่าง ๆ อ้างว่าเป็นการพูดคุยปกติไม่เกี่ยวกับการเมือง หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า การคุยกันตามปกติเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ แต่ถ้าหากมีการคุยเรื่องการเมืองก็จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืนยันว่ากกต.เราควบคุมดูแลอยู่ ไม่ได้ปล่อยปะละเลย ทั้งนี้หากประชาชนมีหลักฐานการกระทำความผิด การชี้นำหรือยอมให้ครอบงำพรรคการเมืองก็ส่งมายังกกต.เราก็จะดำเนินการให้และถ้าหากสามารถนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีก็จะได้รับเงินรางวัลการชี้เบาะแส ที่ขณะนี้ทางสำนักงานกำลังพิจารณาร่างระเบียบการให้เงินรางวัลฯ นี้อยู่ รวมถึงร่างระเบียบคู่มือเลือกตั้งส.ว. ขณะที่คู่มือเลือกตั้งส.ส.นั้นเสร็จแล้ว และหากพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วทางสำนักงานก็เสนอร่างระเบียบและคู่มือให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาเห็นชอบและนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป