นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปปาฐกถาที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการตีความกฎหมายที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยช่วงหนึ่งได้อธิบายถึงคดีหุ้นสัมปทาน 7 รัฐมนตรีที่ถูกร้องเรียนว่ารอดแน่ เพราะกฎหมายระบุบังคับใช้กับรัฐบาลหน้า ไม่บังคับใช้ในรัฐบาลนี้ ซึ่งได้แต่ภาวนาว่าขอให้ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน หรือเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง เพราะถ้าเป็นความจริงจะยิ่งกระทบความเชื่อมั่นประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการนิติบัญญัติของไทย จะยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้ยึดหลักนิติธรรมในการปกครองประเทศ ยังมีการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย ยังมีการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ยังมีการออกกฎหมายให้มีผลย้อนหลังไปเป็นโทษกับบุคคลได้ โดยหลังจากที่กระบวนการยุติธรรมของไทยยอมรับอำนาจการรัฐประหารว่าเป็นรัฎฐาธิปัตย์

นายชวลิต กล่าวอีกว่า ความเชื่อมั่นประเทศด้านกระบวนการยุติํธรรมถูกตั้งคำถามว่าได้ถดถอยอย่างที่สุดหรือไม่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าประเทศไทยผ่านการรัฐประหารมา 4 ปีแล้ว รัฐสภายุโรปก็ยังเรียกร้องให้ไทยจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีหากต้องการฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้า ประเทศไทยถูกตั้งเงื่อนไขด้านการเมือง การปกครอง ที่ผู้ปกครองประเทศต้องมีความชอบธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศถึงจะคบค้าสมาคมด้วยอย่างแน่นแฟ้น สนิทใจ

“ความจริงแล้วนายวิษณุไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องยกตัวอย่าง 7 รัฐมนตรีรวมทั้งตัวท่านเองว่ารอดแน่จากการถูกร้องเรียนในการปาฐกถาที่ป.ป.ช. เพราะเป็นการผิดมารยาทอย่างยิ่ง เสมือนเป็นการชี้นำที่ค่อนข้างจะชัดเจน ”นายชวลิต กล่าว