กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.25-35.75ติดตามประชุมธนาคารกลางหลัก

178

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.25-35.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.51 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายกรอบกว้างในช่วง 34.77-35.69 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีดอลลาร์แตะจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังสหรัฐฯรายงานยอดค้าปลีกเดือนธันวาคมสดใสเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) นอกจากนี้ ข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเติบโต 5.2% ในปี 66 ซึ่งต่ำกว่าคาดเล็กน้อยแม้จะสูงกว่าเป้าหมายของทางการจีนที่ราว 5% โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ทรุดตัวมากยิ่งขึ้น และเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน ทางด้านเงินยูโรเผชิญแรงขายอย่างจำกัดขณะที่ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)พยายามสื่อสารกับตลาดให้ลดความคาดหวังเกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในยูโรโซน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 10,938 ล้านบาท และ 8,761 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า นักลงทุนจะติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) วันที่ 23 มกราคม ซึ่งคาดว่าจะคงนโยบายผ่อนคลายมากเป็นพิเศษไว้ตามเดิมขณะที่บีโอเจได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่ายังไม่มีข้อมูลใหม่เพียงพอที่จะทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายในการประชุมรอบนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดจะรอดูว่าบีโอเจจะพูดถึงจังหวะเวลาของการยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบหรือไม่ นอกจากนี้ คาดว่าอีซีบีจะคงดอกเบี้ยในวันที่ 25 มกราคม ส่วนรายงานข้อมูลฝั่งสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 4/66 และดัชนีราคาค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE) เดือนธันวาคม อนึ่ง เรามองว่าเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนต่อไปอีกเล็กน้อยขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯรับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ดีเกินคาด อีกทั้งเศรษฐกิจนอกสหรัฐฯซบเซามากกว่า อย่างไรก็ดี ในภาพใหญ่ หากเงินเฟ้อสหรัฐฯชะลอลงชัดเจน เรายังคงประเมินว่าเฟดจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยช่วงกลางปีนี้ แม้เศรษฐกิจไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงก็ตาม สำหรับปัจจัยในประเทศ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า ธปท.ยืนยันว่าการดำเนินนโยบายการเงินไม่ได้ผิดทิศทาง และจะติดตามปัจจัยต่างๆอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมที่จะปรับจุดยืนของนโยบายการเงิน หากสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ธปท.มองว่าเงินเฟ้อติดลบเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยเราเชื่อว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยที่ 2.50% ในการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 7 กุมภาพันธ์