นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องรัฐบาลให้ตรวจสอบโครงการกว่า 20 โครงการ ที่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา ครั้งดำรงตำแหน่ง ผวจ. เชียงราย ไม่ยอมลงนามเห็นชอบโครงการ หลังพบโครงการส่อไปในทางทุจริต ว่า เมื่อโครงการที่เสนอมา ส่อไปในทางทุจริต หน่วยตรวจสอบ ควรเรียกมาตรวจสอบ หากพบว่าส่อไปในทางทุจริตจริง แม้ ผวจ. ยังไม่ได้ลงนามเห็นชอบโครงการ ก็น่าจะถือว่า ความผิดสำเร็จแล้ว ผู้เสนอโครงการต้องรับผิดชอบ

“ถ้ารัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่นอย่างจริงจัง ต้องรีบตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชนและชาวโลกอย่างกว้างขวาง แต่ถ้าปกป้อง หรือละเว้นการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ก็เท่ากับยืนยันข่าวลือถึงเหตุผลในการย้ายผวจ.ณรงค์ศักดิ์ ฯ เพราะไปขวางทางการใช้งบประมาณที่ไม่ชอบ หรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ประการสำคัญ หาก มท.1  ไม่เคลียร์ปัญหานี้ให้เป็นที่กระจ่าง ควันหลงหลังการช่วยเหลือทีมฟุตบอล 13 หมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ได้อย่างปลอดภัย ก็อาจส่งผลให้ มท.1 เข้าไปติดในถ้ำเสียเองด้วยสายตาประชาชนและชาวโลก สำหรับการโยกย้าย ผวจ.ณรงค์ศักดิ์ กลับที่เดิมที่ จ.เชียงราย หรือย้ายไปจังหวัดที่ใหญ่กว่า ชาวจังหวัดพะเยาคงไม่ยอม เพราะ ผวจ.เดินทางไปรับตำแหน่งแล้ว และได้เริ่มลุยงานแรกด้วยการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดน “บ้านฮวก” เป็นด่านถาวร ความจริงถ้ากระทรวงมหาดไทยจะมีคำสั่งย้าย ผวจ.ณรงค์ศักดิ์ ฯ ก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งที่ จ.พะเยา ก็สามารถทำได้ “นายอนุสรณ์ กล่าว

“ที่สำคัญ รัฐบาลนี้ก็เคยทำมาแล้วในการแต่งตั้งโยกย้าย ผวจ.ปีที่ผ่านมา กล่าวคือ มีการย้าย ผวจ.จากจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ในภาคกลาง ก่อนถึงวันจะเดินทางไปรับตำแหน่ง ก็มีคำสั่งย้ายกลับที่เดิม โดยไม่ต้องเดินทางไปรับตำแหน่งที่แต่งตั้งในครั้งแรก คงไม่ต้องบอกว่าจังหวัดไหนและเห็นว่า รัฐบาลนี้ทำได้ทุกอย่าง แม้ไม่เคยมีประเพณีให้ปฏิบัติ ขณะนี้สังคมแปลกใจ ทำไมแต่งตั้งลดชั้น ผวจ.ณรงค์ศักดิ์ ผู้ปกป้องรักษาผลประโยชน์งบประมาณแผ่นดิน  ซึ่ง มท.1 และรัฐบาลต้องตอบคำถามสังคมและชาวโลกที่ติดตามเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง มิเช่นนั้น มท.1 จะติดถ้ำเสียเอง”