ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายละเลยไม่พิจารณาหนังสือของผู้ฟ้องฉบับลงวันที่ 30 มกราคม 2561 ที่ขอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 10/2557 เรื่องระงับธุรกรรมการเงิน ซึ่งเห็นว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 87 ซึ่งกำหนดว่า รัฐมีหน้าที่ต้องยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระเเละขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้า โดยเฉพาะสถานการณ์ในขณะออกคำสั่งกับในขณะนี้ได้เปลี่ยนเเปลงไปมาก เหตุผลการออกคำสั่งเป็นเรื่องที่ผู้ฟ้องไม่ไปรายงานตัว เเต่เหตุดังกล่าวหมดไปเเล้ว เพราะต่อมาผู้ฟ้องถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จึงไม่มีเหตุที่จะคงไว้บังคับตามคำสั่งนี้ต่อไป

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า คำสั่ง คสช.ดังกล่าวน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เช่นมาตรา 25,26,27,37,40 เเละ 77 ตลอดจนพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ได้เเก่ กติการะหว่างประเทศส่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมเเละวัฒนธรรม ภาค 1 ข้อ 1-3 ภาค 2 ข้อ 2,4,5 ภาค 4 ข้อ 25 ปฏิญญาสากลส่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 2,7,8,12,22 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง ข้อ 1, 4, 26 ที่ได้รับการคุ้มครองเเละรับรองตามรัฐธรรมนูญ เเม้จะอ้างว่าคำสั่งดังกล่าว ผู้ฟ้องยังสามารถมาขออนุญาตทำธุรกรรมเป็นรายครั้งไป เเต่ก็เป็นการสร้างภาระเเละขั้นตอนที่ไม่มีเหตุอันควร

จึงขอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายพิจารณาหนังสือของผู้ฟ้อง ฉบับลงวันที่ 30 ม.ค. 2561 เเละให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 87 กำหนดไว้คือให้พิจารณายกเลิกคำสั่ง เเละหากศาลเห็นว่ามีอำนาจหน้าที่ที่จะกระทำได้ ขอศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง คสช.ที่ 10/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 หรือส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำสั่งต่อไป

ต่อมานายจาตุรนต์กล่าวว่า ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 10 / 2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 ที่สั่งระงับธุรกรรมทางการเงินของตนมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้ เบิกเงิน ฝากเงิน ซื้อหุ้น หรือแม้แต่ซื้อประกันภัยก็ไมได้ ที่ผ่านมาร้องต่อ คสช. รัฐบาล และศูนย์ดำรงธรรมแล้วก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้ว ก็ยังดำเนินการต่อเนื่อง ตนก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญได้ระบุถึงการจะยกเลิกคำสั่ง คสช.ได้ โดยนายกรัฐมนตรี ครม. และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 87 ที่ระบุว่า รัฐพึงที่จะยกเลิกกฎหมายที่สร้างภาระขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต โดยจะต้องยกเลิกกฎหมายลักษณะแบบนี้โดยไม่ชักช้า

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2561  ตนได้ยื่นหนังสือถึง เลขาฯ ครม. เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี และ ครม. เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขโดยอาศัย   แต่เวลาล่วงเลยมาไม่มีการดำเนินการ  หากปล่อยไปก็หมายความว่า หากหลังเลือกตั้ง  ต้องไปขอรัฐบาลใหม่หรือ ส.ส.ไปยกเลิกคำสั่ง   จึงต้องมาขออำนาจศาลปกครองสั่งให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว   และหากศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า มีอำนาจหน้าที่ที่จะกระทำได้  ขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง คสช.ที่ 10/2557 หรือส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำสั่งดังกล่าว

“เป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่ชีวิตคนหนึ่งต้องไปขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของ ส.ส. หรือ ครม.ในอนาคต ซึ่งอาจไม่ทำอะไรให้กับผมก็ได้ ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด จึงมาฟ้องศาลปกครอง ให้นายกรัฐมนตรี ที่เป็นหัวหน้า คสช.  ครม. และ เลขาธิการ ครม. ยกเลิกคำสั่งที่ 10/2557 ผมจะได้มีสิทธิเสรีภาพตามปกติของพลเมืองไทย เขาอาจจะไม่เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 87 ใช้บังคับกับรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ใช่กับรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เขาอาจจะไม่เข้าใจหรือไม่ก็ไม่รู้สึกรู้สากับการทำให้พลเมืองของประเทศไทยต้องเดือดร้อนอย่างนี้ การทำให้ผมลำบากในแง่มุมต่าง ๆ หลายเรื่องมาก ก็ผสมกันมาตลอด ก็เห็นกันอยู่ อย่างเรื่องหนังสือเดินทาง การกลั้นแกล้งที่ผมแสดงความเห็นทางการเมือง และไม่ได้ไปรายงานตัวและเป็นมาตรการสั่งสอน เพียงแต่ไม่มีผลที่จะมาสั่งสอนผมให้ไม่แสดงความเห็นวิจารณ์หรือไม่เห็นด้วยกับ คสช.” นายจาตุรนต์ กล่าว