ที่ร.ร.วัดเกาะ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก จ.ชลบุรีมายัง จ.ระยอง และเดินทางต่อโดยรถตู้โฟสก์ทะเบียน 3 กฒ 2961 กรุงเทพมหานคร ไปยังโรงเรียนวัดเกาะ เพื่อเดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาหารกลางวัน และการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมเข้าสู่โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ณ โรงเรียนวัดเกาะ (กริ่มกำพล) โดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและโรงเรียนตามแนวทางประชารัฐ ที่มีการปลูกผักสวนครัว ซุ้มเพาะเห็ด สวนไฮโดรโปรนิกส์ แปลงปลูกดมลอน และการสาธิตผสมเกษตร มาจัดทำเป็นอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนและสามารถนำความรู้ไปขยายต่อยังชาวบ้าน

โดยหลังจากเดินทางมาถึงพล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะกับข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ และกล่าวว่า วันนี้ให้ทุกคนช่วยกัน ร่วมมือกันช่วยกันขับเคลื่อน พร้อมเน้นย้ำในเรื่องของการเพาะปลูกที่ต้องดูความต้องการของตลาด ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้นำเงินมาให้เพื่อให้หยุดประท้วงและไม่ได้มาเรื่องการเมืองเมื่อก่อนมีแค่ ส.ส.มา แต่ตอนนี้มาทั้งคณะรัฐมนตรีมาฟังทุกคนและคิดว่าทำอย่างไรให้ยั่งยืนและเข้มแข็ง ซึ่งวันนี้รัฐบาลกำลังคิดใหม่ทั้งหมด ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันตั้งแต่ระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การศึกษาของประเทศไทยไม่ได้เลวร้าย แต่รัฐบาลได้มีนโยบายที่ชัดเจน รวมถึงการปฏิรูปที่หากทุกคนไม่เริ่มแก้ที่ตนเองก็ไปไม่ได้จึงต้องรู้ว่าวันนี้ปัญหาของเราอยู่ตรงไหน

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมโรงอาหารพร้อมร่วมรับประทานกลางวันกับเด็กนักเรียน ด้วยภาชนะถาดหลุม โดยเมนูเป็นข้าวกล้อง ผัดถั่วฝักยาวใส่หมู ต้มยำไก่ใส่เลือดและเห็ดนางฟ้า ไข่เจียว และผลไม้เป็นสับปะรด  ซึ่งเป็นการจัดอาหารตามโปรแกรม Thai school lunch การจัดอาหารกลางวันโรงเรียน ที่สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาขึ้น พร้อมแนะนำให้ทางโรงเรียนเปิดเพลงระหว่างเด็กรับประทานอาหารกลางวันด้วย  ขณะที่นายกฯกล่าวว่า เราจะชอบทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จะทำให้เกิดกิเลส เพราะฉะนั้นเวลาทานอาหารก็ต้องการให้ทานให้ครบทุกหมู่  ก่อนอธิบายถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีโดยยืนยันว่าตนไม่ได้ออกมาเพื่อสืบทอดอำนาจ จึงขอให้กลับไปช่วยบอกผู้ปกครองและครอบครัวด้วยว่า ในเรื่องของโครงการไทยนิยมที่รัฐบาลนั้นไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่ทำเพื่อให้บ้านเมืองและทุกคนเข้มแข็งไปด้วยกัน

ขณะที่เด็กนักเรียนได้ถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า ทำไมจึงอยากมาที่โรงเรียนแห่งนี้  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทราบว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นแบบอย่างที่ดีอาหารกลางวัน มีการจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์มีโปรแกรมออกมา โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ งบประมาณที่รัฐบาลให้มานั่นไม่เพียงพอเพราะเรามีหลายโรงเรียน จำเป็นต้องเสริมในกิจกรรมต่างๆทั้งการปลูกผัก เลี้ยงไก่ ต้องเสริมซึ่งโรงเรียนนี้มีความก้าวหน้าปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เราต้องทำแบบยังยืน จากนั้นนายกฯสอบถามความต้องการของเด็กว่าโตขึ้นต้องการความเป็นอะไรและแนะนำว่าแม้ว่าอยากจะเป็นชาวไร่หรือเกษตรกร ก็ขอให้เป็นคนยุคใหม่เป็นเกษตรกร 4.0

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหนึ่งนายกฯสอบถามเด็กว่าอยากเป็นอะไรซึ่งส่วนใหญ่อยากเป็นชาวไร่ เป็นครู แต่ไม่มีใครอยากเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ถามจึงว่าทำไมไม่อยากเป็นนายก ฯ พร้อมพูดกระเซ้าว่า “ไม่มีใครอยากเป็นนายกฯหรือ ก็ดีลุงจะได้ไม่ต้องมีคู่แข่ง แต่ไม่ต้องการจะแข่งกับใครอยู่แล้ว ใครอยากเป็นก็เป็น อย่างไรก็ตาม ต้องช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองประหยัดในครัวเรือน และต้องพัฒนาอีกมากและที่บรรดาคุณปู่ คุณตา(คณะรัฐมนตรี) เข้ามาทำงานทุกวันนี้ก็เพื่ออนาคตของเยาวชนทุกคน”

ช่วงหนึ่งมีเด็กนักเรียนถามว่า นายกฯ ชอบผู้หญิงแบบไหน พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “ไอ้นี่ร้ายกาจถามนายกฯว่าชอบผู้หญิงแบบไหน ก็ต้องตอบว่าชอบผู้หญิงที่เป็นภรรยาอยู่ทุกวันนี้” ก่อนที่เด็กถามอีกว่า ลุงตู่เรียนเก่งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ชอบอ่านหนังสือ การเรียนก็ได้ 80 กว่าคะแนนทุกครั้ง เราต้องตั้งไจเรียนในห้อง และย่อความหลังจากเรียนหนังสือแล้วเพื่อทำความเข้าใจ เราต้องหาหัวใจให้เจอ ลุงเป็นคนชอบอ่านหนังสือและชอบเขียนหนังสือมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งในทุกวิชาของการเรียนมีเนื้อหาของชีวิตสอดแทรกไว้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกันก็ต้องตั้งใจเรียนวิชาหน้าที่ ศีลธรรม และยกระดับหัวใจของเด็กๆ ทุกคน

นักเรียนถามว่า ลุงตู่เรียนเก่งหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ชอบอ่านหนังสือ การเรียนก็ได้ 80 กว่าคะแนนทุกครั้ง เราต้องตั้งไจเรียนในห้อง และย่อความหลังจากเรียนหนังสือแล้วเพื่อทำความเข้าใจ เราต้องหาหัวใจให้เจอ ลุงเป็นคนชอบอ่านหนังสือและชอบเขียนหนังสือมาจนถึงทุกวันนี้

“ในทุกวิชาของการเรียนมีเนื้อหาของชีวิตสอดแทรกไว้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้เกิดความจัดแย้งกันก็ต้องตั้งใจเรียนวิชาหน้าที่ ศีลธรรม และยกระดับหัวใจของเด็กๆ ทุกคน

ช่วงหนึ่งมีเด็กนักเรียนได้ถามนายกฯ ว่าทำอย่างไรถึงจะเรียนเก่ง โดยนายกฯกล่าวว่า อยู่ที่ตัวเราเอง ที่ต้องมีความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร ความอดทน จำคำพูดของลุงตู่ ลุงป๊อกไว้ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรือได้มาเพราะยื่นมืออย่างเดียว เป็นเด็กได้มาก็ซาบซึ้งบุญคุณ ทุกอย่างหากรับมาต้องไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องมีการพัฒนาตนเองไปด้วย ไม่ใช่เรียนแค่เพื่อรับใบปริญญา แต่ต้องคิดว่าการศึกษาจะทำให้มีชีวิตในวันข้างหน้าในสังคมที่เปลี่ยนแปลงและมีความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลกำลังทำไม่ให้เหลื่อมล้ำโดยใช้ประชารัฐ

นายกฯกล่าวอีกว่า “ลุงไม่ได้เรียนเก่ง แต่ขยันเป็นคนดีไม่เคยเกเร และตอนเด็กพ่อแม่ลุงดุเป็นทหารและเป็นครู มีความเข้มงวดแต่ช่วยให้ดี มีวินัย ถ้าวันนี้บอกประชาธิปไตยอะไรก็ไม่ได้ มันไม่ใช่ ต้องมีระเบียบและกฎหมาย ก่อนจะหันไปอ่านชื่อนักเรียนคนหนึ่งที่ชื่อว่า ธนาธิป แล้วถามว่าเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยตรงไหน ส่วนเรื่องการเลือกตั้งรออีกนิดได้หรือไม่ และอย่าลืมไปบอกพ่อแม่ว่าต้องออกไปเลือกตั้งทุกคน ส่วนจะเลือกใครก็เลือกไป และบอกพ่อแม่ด้วยว่าโครงการไทยนิยมไม่ใช่การเมือง แต่ก็ทำให้หมู่บ้านของเราแข็งแกร่ง”