ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งบทบัญญัติในเนื้อหามาตรา 102 ได้เพิ่มให้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน อาทิ ข้าราชการตุลาการตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษา ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการอัยการตำแหน่งอธิบดีอัยการขึ้นไป รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงและคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา และกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเปิดเผยบัญชี จากเดิมเปิดเผยแค่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า  ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับป.ป.ช.ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนหน้านั้นมีการกำหนดให้ปลัดกระทรวงต้องแสดงและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และเข้าใจว่าผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด และเอกอัครราชทูต ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องเปิดเผย  แต่การจะให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดบ้างที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้นขึ้นอยู่ที่ป.ป.ช.กำหนด สมัยรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร มีการตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งตนได้มีหนังสือไปถึงป.ป.ช.ว่าให้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งป.ป.ช.ตอบกลับว่าไม่ต้องยื่น  แต่ต่อมา ป.ป.ช.เห็นว่าเริ่มจะมีเรื่อง จึงประกาศให้เป็นตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย แต่ไม่ต้องเปิดเผย

เมื่อถามว่าการกำหนดให้ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน จะทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าจะมองที่ความโปร่งใส ก็ต้องโปร่งใส แต่หากเอาอย่างอื่นมาเปรียบเทียบ ก็อาจทำให้ไม่สะดวก อาทิ ความปลอดภัย ยกตัวอย่างถ้าผู้สื่อข่าวต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยด้วย ก็ทำให้คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าตอบว่าไม่มีก็ไม่เป็นอะไร แต่สำหรับบางคนอาจมีปัญหา รวมถึงจะต้องคิดถึงหลายอื่นๆอีกด้วย  แต่ถึงแม้จะไม่กำหนดให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ก็สามารถยื่นคำร้องถึงผู้เกี่ยวข้อง หรือขอให้ศาลสั่งให้เปิดเผยได้อยู่แล้ว และในอดีตเคยมีการขอให้เปิดเผยในตำแหน่งที่ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ทั้งนี้ตนมองว่าถ้าเหมาทั้งหมดแล้วต้องมาเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ก็คงมากเกินไป โดยในอดีต ตำแหน่งส.ส.และส.ว.ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แต่ตอนนี้ยังต้องเปิดเผย ถือเป็นการค่อยๆขยับ เป็นขั้นเป็นระดับ จะดีกว่า

ต่อกรณีที่การประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายวิษณุ เปิดเผยว่า ไม่ได้มีการนำผลการหารือกับพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนเข้าหารือ โดยระหว่างนี้จะรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวตจากหลายฝ่าย เพราะมีหลายฝ่ายกลับไปทำการบ้านแล้วส่งข้อมูลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ว่าจะเป็น นักการเมือง นักวิชาการ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรยึดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ให้ทำในทุกจังหวัดตามเดิมนั้น เราไม่ได้ว่าอะไร เพราะมีความเห็นทั้งให้ยึดไว้เหมือนเดิมและไม่ให้ทำเลย

เมื่อถามว่า พ.ร.ป.พรรคการเมืองให้ทำทุกเขตและบทเฉพาะการให้ทำทุกจังหวัด แต่หากทำให้เป็นรายภาค จะขัดเจตนาของกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขัดอะไร เพราะเจตนารมณ์คือ ให้ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่ระบุว่าการจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ต้องรับฟังความคิดเห็น รัฐธรรมนูญไม่ได้สั่งให้ทำไพรมารีโหวต แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เป็นผู้เพิ่มระบบไพรมารีโหวตในกฎหมาย ดังนั้น หากจะปรับให้ทำในรายภาคก็ไม่แปลก แต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำแบบใด แต่ตนยังไม่เห็นว่าทำรายภาคแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร

“หากจะพูดกันจริงๆ วันนี้บทเฉพาะการให้ทำรายจังหวัดก็ใกล้ชิดกับคนมากอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นคุณกับพรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่นั้น ผมว่าไม่ว่าจะใช้แบบใด มันก็จะเป็นทั้งคุณและไม่เป็นคุณกับพรรคการเมือง จึงไม่มีประโยชน์ที่จะมีนั่งอ่านเกมว่าพรรคใดจะได้ประโยชน์แบบใด เราคิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ซึ่งตรงนี้ความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีน้ำหนักมากที่สุด และปัจจัยใหญ่อยู่ที่ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งกำลังจะเข้ามา จึงอาจจะต้องฟังพวกเขาเพราะเป็นผู้ปฏิบัติ” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า บางพรรคระบุถ้า คสช.เป็นเจ้าภาพจัดเวทีพูดคุยกับพรรคการเมืองครั้งต่อไปจะไม่เข้าร่วม แต่จะเข้าร่วมหาก กกต.เป็นเจ้าภาพ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ฟังว่าใครจะมาหรือไม่มา เมื่อเชิญแล้วมาก็ไม่ ไม่มาก็ไม่มา ไม่ว่ากัน แต่ถ้ามาแล้วตีรวน ก็ไม่ต้องมาดีกว่า และเจ้าของเวทีพูดคุยครั้งต่อไปนั้น ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ระบุให้ คสช.เป็นผู้เชิญ ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายน แต่ยังไม่ยืนยัน ส่วนจะมีครั้งที่ 3 หรือไม่นั้น ก็เป็นไปได้ หากสังคมเรียกร้องหรือยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีปัญหาในการพบกันบ่อยๆ แต่นายกฯจะมีเป็นประธานอีกหรือไม่ ไม่ทราบ แต่การพูดคุยครั้งต่อไปนายกฯจะเป็นประธาน

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาผิดกลุ่มสามมิตรที่เคลื่อนไหวทางการเมือง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง ตนไม่รู้สามมิตร รู้จักแต่รวมมิตร เพราะมันอร่อยดี