ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า ตนขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรุณาเจียดเวลาจากการจัดการปัญหาทางการเมืองนั้นมาใส่ใจปัญหาทางด้านการเกษตรประเทศไทยเพราะเข้าใจว่าขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรเอาไม่อยู่แล้ว

“ว่าด้วยเรื่องสับปะรด ประเทศไทยผลิตสับปะรดปีละ 1.8 ล้านตัน ปีนี้ปริมาณเพิ่มมาอีก 2 แสนตัน กลายเป็น 2 ล้านตัน ขณะนี้สับปะรดกำลังจะเน่าคาสวนชาวบ้านไปหมดแล้วหลังจากที่แถลงข่าวแจ้งเตือนมาตลอดทุกระยะแต่ก็มีเพียงกองทัพไปช้อนซื้อบ้างเล็กน้อยตรมแต่งบประมาณซึ่งช่วยไม่ได้มากนัก” นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวอีกว่า เวลานี้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ กำลังวุ่นวายสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัด เจรจากับโรงงานสับปะรดแปรรูปเพื่อขอให้รับซื้อมากขึ้น คำถามคือทำไมเพิ่งมาเจรจา ทั้งหมดนี้ควรจะเห็นตั้งแต่ช่อสับปะรดมันออกมามากเมื่อหลายเดือนก่อน วันนี้โรงงานเขาก็เต็มอัตราสึกกำลังการผลิตเขาแล้ว ชาวไร่เกษตรกรเราปลูกสับปะรด 1.8 ล้านตัน แต่ปีนี้ผลผลิตดีออกมากร่วม 2 ล้านตัน ปกติเราส่งออกสับปะรดแปรรูปประมาณ 6 แสนตันโดยแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ตลาด คือ สหรัฐอเมริกาและเยอรมนี ใช่หรือไม่ แล้วที่เหลือตั้ง 1.4 ล้านตันปีนี้เราทำอย่างไร รอแค่คนบริโภคภายใน แจกทหารเกณฑ์หลายค่ายและให้อาจารย์เฉลิมชัยกับพระสงฆ์กว้านซื้อช่วยเกษตรกรจะไหวไหม เรื่องนี้รัฐบาลต้องเป็นคนคิดเป็นคนค้าขายเป็นคนหาตลาดให้ใช่หรือไม่

“ที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินเข้าออกประเทศจีนหลายครั้งไปทำอะไร ทำไมถึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจะเจรจาค้าขายเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะกับประเทศจีนและทำไมกระทรวงพาณิชย์จึงไม่เป็นเจ้าภาพในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับด่านชายแดนหรือเปิดตลาดหลายมณฑลในประเทศจีนซึ่งมีความต้องการบริโภคผลไม้” นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้จีนนำเข้าสับปะรดไปประเทศเขาสดถึงปีละ 1.5 แสนตันใช่ไหม แต่นำเข้าจากฟิลิปปินส์มากที่สุดถึงเกือบ 80% รองลงไป คือ ไต้หวัน และจีนยังผลิตสับปะรดเองมากเช่นที่มณฑลกวางตุ้ง ขณะที่ประชากรที่จีนมีมาก ยังมีความต้องการบริโภคอีกมากและปริมาณสับปะรดที่คนจีนบริโภคกันนั้น เบื้องต้นก็เป็นจำนวนหนึ่งส่วนสามของที่ประเทศไทยเราปลูกและเป็นจำนวนเกือบทั้งหมดที่เราส่งออก ได้เวลาแก้ไขปัญหาระยะยาวแล้วหรือไม่

“ส่วนระยะสั้นถึงสั้นที่สุด 2-3 วันนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้ว เจรจาก็ไม่ทันมันจะเน่ากันหมดแล้วค่ะ สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่งบกลางจากรัฐบาลเคาะในการประชุมคณะรัฐมนตรี อำนาจนายกรัฐมนตรีส่งตรงไปที่จังหวัดช้อนซื้อกว้านซื้อให้หมดเท่านั้นเองจึงช่วยได้ทัน” นางมัลลิกา กล่าว