นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุในรายการ ‘ต้องถาม’ ต่อกรณีการควบคุมอารมณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเกียรติของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า บุคคลสาธารณะทั่วไปไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ดารานักแสดงหรือใครก็ได้ หากไม่สามารถควบคุมสมอง จิตใจ สีหน้า และคำพูดได้ ก็จะเป็นเหยื่ออันโอชะของผู้สื่อข่าวซึ่งเขาก็พยายามทำหน้าที่ ยกตัวอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อจะเลี่ยงตอบคำถามผู้สื่อข่าวก็จะบอกว่า ‘กลับบ้านเถอะลูก’ เป็นต้น

นางธิดา กล่าวต่อไปว่า ในคำว่าความเป็นมนุษย์กับเกียรติยศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น นายอภิสิทธิ์ได้สอนมวยนายกฯ ประยุทธ์โดยสรุปได้ว่า 1) ต้องพูดให้ได้มาตรฐานของนายกรัฐมนตรี 2) ต้องทำการบ้าน ถ้าไม่ทำการบ้านก็จะมาโมโหคำถามที่ผู้สื่อข่าวถาม 3) หากเกิดอารมณ์โมโหให้ปิดประตูแล้วไปตะโกนโหวกเหวก ดังนั้นในฐานะบุคคลสาธารณะต้องรักษามาตรฐานบรรทัดฐาน ต้องอดทน มีธรรมะ มีขันติ อุเบกขา

ซึ่งพื้นฐานการศึกษาของนายอภิสิทธิ์ มาจากโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่าเป็นแบบฉบับผู้ดีอังกฤษ นายอภิสิทธิ์อาจจะรู้สึกว่าตนเองมีความสันทัด ดังนั้นจะไม่แปลกใจเลยกับวาทกรรม ‘ชายชุดดำ’ ในการกลบเกลื่อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 เมษา 53 จะเห็นได้ว่ามวยสากลแบบนายอภิสิทธิ์จะเน้นที่วาทกรรมและคำพูดให้คนเชื่อถือ แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้พูด และสิ่งที่นายกฯ ตู่ก็ไม่ตระหนัก ก็คือเกียรติยศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน นางธิดา กล่าว

“นายกรัฐมนตรีคือประมุขสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดินที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากฉันทามติของประชาชน นี่คือเกียติยศศักดิ์ศรีที่สำคัญที่สุด แต่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการทำรัฐประหาร ประชาชนถูกบังคับให้ยอมรับสถานภาพนายกรัฐมนตรี ประชาชนเท่ากับจำยอมรับ แต่ไม่ได้รับด้วยหัวใจ ดังนั้นเกียรติยศมันจะร้อยเปอร์เซ็นเหมือนกับนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นไปไม่ได้” นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวอีกว่า ครั้งหลังสุดที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ก็ว่ากันว่าไปตั้งมาจากในค่ายทหาร เมื่อได้เป็นนายกฯ ก็คิดว่าเป็นตำแหน่งมีเกียรติ แต่เกียรตินั้นหายไปครึ่งหนึ่งเพราะส.ส.ที่ไปยกมือให้เขาแปรพักตร์เป็นงูเห่า

“ที่ผู้คนเขาวิพากษ์วิจารณ์นั้น เอาให้ชัด ๆ เขาวิจารณ์ตัวนายกฯ ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การถูกวิพากษ์วิจารณ์แล้วท่านบอกว่าท่านเป็นมนุษย์ ความจริงท่านควรใช้คำว่าท่านเป็นคนธรรมดา มีเลือด มีเนื้อ มีระบบประสาท ถูกโจมตีด่าว่ามันก็ต้องโกรธ” นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวเพิ่มว่า เราไม่ต้องมาเถียงเรื่องความเป็นมนุษย์ แต่ต้องพูดกันในทางวิทยาศาสตร์จะดีกว่าว่า เวลามีโสตประสาทสัมผัส สัตว์ชั้นต่ำระบบประสาทมันขั้นต่ำ เช่น ปลาหมึก แมงกะพรุน เป็นต้น มันจะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมทันที อาจจะเปลี่ยนสีหรือปล่อยหมึกออกมา แต่มนุษย์มีสมอง ต้องมีการกลั่นกรอง ต้องใช้สมองที่ซับซ้อน แต่ทั้งหมดนี้มีต้นทุน

“หลายคนฝากมาบอกว่า ประชาชนทั่วไปเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับท่าน แล้วในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนมีความเท่าเทียมในการเมือง มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี เหมือนกัน แต่ว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีใครเชิญมา ท่านมาของท่านเอง ท่านอาจจะต้องโดนหนัก ถ้าอยู่ต่อ จะยิ่งกว่านี้อีกหลายสิบเท่า หลายร้อยเท่า แล้วคราวนี้ก็ไม่รู้ว่าท่านจะระเบิดเถิดเทิงขนาดไหน” นางธิดา กล่าว

ข่าวประกอบ: ‘มาร์ค’ สอนมวย ‘บิ๊กตู่’ จะมาเป็นนายกฯ แต่ห้ามคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ เป็นไปไม่ได้

ขอบคุณข้อมูล: UDD News