นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ คสช. จำนวน 600 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 19,987 คน ว่า เสียสละมีผลงานเด่นชัดว่า คสช. มีอำนาจตาม ม.44 จะให้ขึ้นกี่ขั้นหรือตั้งเงินเดือนเท่าไรก็ได้ สิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศไม่รู้ ก็คือว่า คณะ คสช. ตั้งเงินเดือนให้กับตนเองทุกคน ตำแหน่งละประมาณ 150,000 บาท ได้ทุกเดือนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้ และจนกว่า คสช. จะหมดอำนาจ

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากได้เงินเดือนจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังมีเงินเดือนจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. ด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ หรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ล้วนได้เงินเดือนจาก คสช. และ รองนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งตำแหน่ง ไม่นับเงินตอบแทนในตำแหน่งต่างๆ อีกมากมาย” นายวัชระ กล่าว

นายวัชระ กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบ คสช. เป็นคณะรัฐประหารชุดแรก ที่ตั้งเงินเดือนตอบแทนให้กับคณะของตนเอง ทุกคน นอกเหนือจากที่ได้รับจากทางราชการ หรือตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจต่างๆ การปูนบำเหน็จสองขั้นให้ขึ้นเงินเดือนให้กับลูกน้องที่อดหลับอดนอนเพื่อสืบทอดอำนาจของตนเอง ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ไม่ควรเอาเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศไปตอบแทน เพราะมิใช่การทำหน้าที่ราชการเสียสละเพื่อประเทศชาติ แต่เสียสละเพื่อคณะ คสช. คสช. ควรเอาเงินสปอนเซ่อร์ของ คสช. มาจ่าย มิใช่นำมาจากเงินงบประมาณแผ่นดินจากต้นสังกัด หรือจากงบกลางที่มีไว้เพื่อเป็นงบฉุกเฉินกรณีเกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศ ข้าราชการจำนวน 600 คน ที่ คสช. ให้ 2 ขั้น ก็ไม่ได้ให้ทุกคน

“จริงๆ แล้ว ควรเก็บขั้นไว้ให้ตำรวจตระเวนชายแดน หรือข้าราชการที่เสี่ยงชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า แต่ที่ คสช. ปูนบำเหน็จก็เพื่อสร้างขวัญให้กับลูกน้องของคณะรัฐประหารเท่านั้นเอง แล้วเพื่อนข้าราชการเป็นล้านคนทั่วประเทศ และประชาชนผู้เสียภาษีจะคิดอย่างไร ทุกวันนี้อาหารแพง ของแพง น้ำมันแพง แก๊สแพง ค่าไฟจะแพงขึ้นอีก ยังมาขึ้นเงินเดือนให้กับลูกน้องใกล้ชิด คสช. อีก ทำไมไม่คิดลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนบ้าง”