นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งที่ ๕๓/๒๕๖๐ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  โดยระบุว่า “แปลว่ายอมรับความชอบธรรมของกติกาที่ว่า พรรคการเมืองเดิมจะมีสมาชิกเหลือเท่าไร ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่มายืนยันตัวและจ่ายเงินค่าสมาชิกอย่างถูกต้อง ภายในวันที่ ๑-๓๐ เมษายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ทำให้พรรคที่มีสมาชิกเป็นล้าน เหลือไม่ถึงแสน พรรคที่มีสมาชิกหลักแสนเหลือแค่หลักหมื่น หลักพัน โดยหากจะแยกพรรคการเมืองเก่าเป็น ๓ กลุ่ม ได้ดังนี้

กลุ่มที่ ๑ มีสมาชิกยืนยันเกินกว่า ๕,๐๐๐ คน มี ๓ พรรค คือ
๑) ประชาธิปัตย์ ๙๗,๗๕๕ คน
๒) เพื่อไทย ๙,๗๐๕ คน
๓) ชาติพัฒนา ๕,๕๕๓ คน

กลุ่มที่ ๒ มีสมาชิกยืนยัน ระหว่าง ๑,๐๐๐ – ๔,๙๙๙ คน มี จำนวน ๖ พรรค คือ
๑) พลังชล ๓,๓๙๑ คน
๒) ชาติไทยพัฒนา ๒,๘๘๖ คน
๓) ความหวังใหม่ ๒,๑๖๘ คน
๔) พลังท้องถิ่นไท ๑,๔๒๖ คน
๕) ไทยรวมพลัง ๑,๓๔๐ คน
๖) เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ๑,๐๓๐ คน

กลุ่มที่ ๓ มีสมาชิกยืนยันไม่ถึง ๑,๐๐๐ คน มี ๔๕ พรรค

ดังนั้น หากวิเคราะห์โดยยึดเงื่อนไขหนึ่งของคำสั่ง คสช. ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกครบ ๕,๐๐๐ คน ภายในหนึ่งปี นับแต่ ๑ เมษายน ๒๕๖๐ มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แปลว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่สอบผ่านเกณฑ์ดังกล่าวแล้วเพียง ๓ พรรค คือ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และชาติพัฒนา จากพรรคการเมืองที่ยังคงอยู่ในระบบฐานข้อมูลของ กกต. ทั้งหมด ๖๙ พรรค รวมถึงพรรคตั้งใหม่อีกกว่า ๑๐๐ พรรค

โจทย์ของพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ภายใต้การคงคำสั่ง คสช.ที่ยังไม่ให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมือง ภายใต้คำสัญญาว่าจะเลือกตั้งในเดือน กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๒ หรือภายใน ๙ เดือน ข้างหน้า จึงเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนัก สำหรับพรรคการเมืองภายใต้เวลาที่คืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ

๑) หาสมาชิกก่อตั้งให้ครบห้าร้อยคนภายใน ปลายกันยายน (สามพรรคน่าจะผ่าน)
๒) หาทุนประเดิม ๑ ล้านบาท จากสมาชิกก่อตั้งห้าร้อยคน ภายในปลายกันยายน (สามพรรคน่าจะไม่มีปัญหา รวมทั้งพรรคขนาดกลางที่มีสถานะการเงินของผู้สนับสนุนค่อนข้างดี)
๓) หาสมาชิก ห้าพันคน ในหนึ่งปี ซึ่งอาจต้องหาเร็วกว่านั้น เพราะ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นใน ๙ เดือน (สามพรรคผ่านแล้ว)
๔) หาสมาชิกให้ได้จังหวัดละ ๑๐๐ คน เพื่อทำไพรมารีโหวต ซึ่งหากส่งครบทุกจังหวัด ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย ๗,๗๐๐ คน (ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย น่าจะผ่าน ในขณะที่ ชาติพัฒนาและ พรรคอื่นๆที่เหลือ ต้องหาคนเพิ่ม)

โจทย์ของพรรคการเมืองจากนี้ไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษารายละเอียดของคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ให้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และทำตามให้ครบ แต่เห็นคนที่รู้บอกมาว่า ภายใต้คำสั่งดังกล่าวยังมีส่วนที่เขียนขัดไปขัดมาอยู่ เหมือนไก่กับไข่ ให้ทำสิ่งหนึ่งแต่ไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง ซึ่งพอไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่เขียนให้ทำก็ทำไม่ได้

ไม่รู้ เจ้าของคอกไก่จะรู้หรือยัง นักกฎหมายเต็มคอก ช่วยดูกันด้วยครับ”

โจทย์ต่อไปของพรรคการเมืองไทยศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งที่ ๕๓/๒๕๖๐ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ …

โพสต์โดย Somchai Srisutthiyakorn เมื่อ วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2018