ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้ทำงานเต็มที่โดยใช้กลไกประชารัฐเพื่อให้มีความเชื่อมโยงและมีความใกล้ชิดกับประชาชน รวมทั้งหลายกระทรวงได้บูรณาการความร่วมมือกันผ่านโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสามารถทำงานใกล้ชิดกับประชาชนได้ พร้อมยอมรับว่า การทำงานของรัฐมนตรีที่มาจากทหารและรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือนมีความแตกต่างกันในการทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ส่วนตัวไม่มีปัญหาในการทำงาน เพราะงานส่วนใหญ่เป็นเรื่องของนโยบาย การที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้นถือเป็นมุมมอง พร้อมยืนยันการทำงานไม่มีผลประโยชน์อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า หากจะมีการปรับ ครม. ควรมีการเพิ่มสัดส่วนพลเรือนเข้ามาหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวตอบว่า นั่นคืออำนาจของนายกฯ อยู่ที่นายกฯ เพราะนายกฯ เป็นคนที่ดูคนที่ทำงานได้ ตอบสนองเรื่องงานได้เป็นหลัก จะเป็นใครอย่างไรก็แล้วแต่ ซึ่งนายกก็ไม่ได้มาเล่าให้ตนฟังว่า จะปรับใคร หรือไม่ อย่างไร เป็นสิทธิของนายกฯ และเราก็ควรเคารพสิทธินั้น ไม่ควรไปละลาบละล้วงถาม