ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติเสียงข้างมากเห็นว่าการถือครองหุ้นของนายดอน เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครองให้แจ้งประธาน ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้โอนหุ้น จนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 และขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักกฎหมายของทางสำนักงาน กกต. ดำเนินการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปนั้นจะลาออกหรือไม่

นายดอน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ถ้าตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งก็คงไม่มาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ และคงไม่เดินมาในช่องทางนี้ที่เคยมาประจำ ทั้งนี้ ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับนายกฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้คุยกันในหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น

นายดอนกล่าวว่า  ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ต่อใช่หรือไม่ นายดอน กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า คำตอบอยู่ในใบหน้านี้แล้ว ไม่รู้สึกกดดัน เพราะกระแสกดดันเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างสรุปกัน ส่วนเรื่องนี้ก็ค่อยว่ากันไป  ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ต้องรอให้มีความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เราตอบได้เพียงตามกระแสข่าว

ทั้งนี้นายดอนกล่าวเพิ่มว่า ภรรยาได้โอนหุ้นที่มีให้ลูกแล้ว แต่ไม่ขอระบุว่าโอนไปเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้เหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว

“ผมไม่สนแรงกดดัน ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา ผมเชื่อว่ามีทั้งคนกดดันและคนให้กำลังใจ” นายดอน กล่าว

ภายหลังการให้สัมภาษณ์นายดอน ยังชูนิ้วโป้ง ก่อนเดินเข้าไปปฏิบัติภารกิจต่อ