ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 แถลงผลการทลายแก๊งโรแมนซ์สแกม (Romance scams) แสร้งรักออนไลน์ชาวไนจีเรีย ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาทั้งสิ้นจำนวน 8 ราย พร้อมของกลางเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และบัตรเอทีเอ็มจำนวนมาก มีผู้เสียหายหลายราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้โทรศัพท์มาแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ว่าถูกคนร้ายสร้างเฟสบุ๊ค (Facebook) ปลอมขึ้นมา ส่งข้อความหลอกลวงสร้างสถานการณ์ พูดจาอ่อนหวาน หว่านล้อม เชิงชู้สาว หลังจากนั้นก็หลอกว่าส่งสินค้าจากต่างประเทศและติดค้างที่สนามบิน ต้องโอนเงินมายังศุลกากรหรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อนำสินค้าออกมา ขณะเดียวกันก็มีคนไทยเข้าร่วมขบวนการ โดยทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์สร้างสถานการณ์หลอกเหยื่อว่ามีสินค้าหรือพัสดุส่งมาจากต่างประเทศจริง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินเข้ามายังบัญชีที่คนร้าย

รองผบช.ทท. กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปบัญชีคนร้าย และพบว่าหลังจากนั้นเงินถูกกดออกจากบัญชีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยคนที่มากดเงินเป็นหญิงคนไทยและชายต่างชาติผิวสี ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนติดตามจนทราบว่าคนร้ายมาหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลกะทู้ อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ต่อมาวันที่ 30 พ.ค.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปแสดงตัวและตรวจสอบพบชายผิวสีจำนวน 6 คน แบ่งเป็นสัญชาติไนจีเรีย 4 ราย สัญชาติอูกันดา 1 คน และสัญชาติกินิ-บิสเซา 1 คน และจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของชายชาวต่างชาติทั้งหมดพบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายและอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตหรือโอเวอร์สเตย์ จึงจับกุมดำเนินคดี

“จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของชายชาวต่างชาติทั้งหมดพบว่ามีพฤติกรรมสร้างเฟสบุ๊คปลอมและส่งข้อความไปหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อในหลายรูปแบบและโอนเงินให้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมลักษณะนี้คือแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยมีข้อความการสนทนาหลอกลวงหลายรายการ และพบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกหนึ่งรายซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน” รองผบช.ทท. กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 28,000 บาท และที่จังหวัดบุรีรัมย์ 20,000 บาท พร้อมกันนี้ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้ชาวต่างชาติผ่านโซเชี่ยลมีเดีย และหากไม่แน่ใจสามารถขอคำแนะนำผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกรมทั้งหมดมีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยมีพฤติการณ์คล้ายกันคือหลอกให้เหยื่อไว้ใจและโอนเงินให้

สำหรับผู้ต้องหาประกอบด้วย 1. Mr. Eriri Franklin อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 2. Mr. Pedro Da Silva อายุ 28 ปี สัญชาติ กินี-บิสเซา, 3. Mr. Marcelinus Chijioke Mbakwe อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 4. Mr. Ogochukwu John Obioha อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 5. Mr. Nnamdi Barnabas Agubosim อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย และ 6. Mr.Emmanuel Kasujja อายุ 37 ปี สัญชาติอูกันดา โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ Mr.Eriri Franklin, Mr.Emmanuel Kasujja ซึ่งเป็น 2 ใน 6 ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ นอกจากนี้ศาลยังได้อนุมัติหมายจับคนไทยอีก 2 คน คือ น.ส.จิราภรณ์ พันนารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแฟนของ Mr.Emmanuel Kasujja ซึ่งทำหน้าที่กดเงิน และ น.ส.วิจิตตรา อัมศึก อายุ 25 ปี ชาวจังหนองคาย เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายไปดำเนินคดีต่อไป