ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถนำมาเป็นนโยบายหาเสียงได้หรือไม่ว่า ได้ ทุกอย่างนำมาหาเสียงได้หมด แต่ต้องบอกว่าเป็นการแก้ไข แต่ถ้าบอกว่าฉีกรัฐธรรมนูญไม่ถือเป็นนโยบาย คำพูดไม่ได้ผิดอะไรในวันนี้ แต่จะมีคนบันทึกไว้ พอ 3 เดือน 9 เดือนข้างหน้าการกระทำมันออกมา เขาจะบอกว่าคิดกันมาก่อนแล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นพลาดไปเปล่าๆ

“อย่าไปทำอะไรที่พลาดเอาไว้ เรารู้อยู่แล้วหลายคนที่พลาดในวันนี้ เพราะพูดอะไรไว้ก่อนหน้านี้ ตอนโน้นไม่ผิด แต่เมื่อคำพูดผสมเข้ากับการกระทำเขาจะย้อนไปดูว่ามีเจตนามาตั้งแต่ต้น”นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการพูด ณ ตอนนี้ถือว่าผิดแล้วหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ นักกฎหมายหลายคนคงตอบได้

ต่อถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีปัญหาส่วนไหน ก็ดึงส่วนนั้นออก แต่ถ้าวินิจฉัยว่า กระทบมากเสียหายทั้งฉบับ ก็ทำใหม่ทั้งฉบับ แล้วเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในส่วนของร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ขณะนี้ตนไม่แน่ใจมาถึงรัฐบาลแล้วหรือยัง แต่การยื่นทูลเกล้าฯไม่จำเป็นต้องยื่นพร้อมกัน

ต่อถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุการหารือกับพรรคการเมืองจะต้องรอความชัดเจนหลังกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ ทำให้การหารือดังกล่าว อาจจะไม่ใช่ในเดือนมิ.ย.ตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ กล่าวว่า  ก็ไม่ควรจะใช่ เพราะยังไม่รู้ว่า จะพบกันด้วยเรื่องอะไร กฎหมายเพิ่งทูลเกล้าฯ บางพรรคการเมืองตั้งเงื่อนไข ขอให้มีการถ่ายทอดสด ขอให้มีการมาครบทุกพรรค เรื่องเช่นนี้ทั้งผู้ให้และผู้รับต้องสมถวิลทั้งสองฝ่าย เมื่อไม่มีฝ่ายใดต้องการก็ไม่จำเป็น ความตั้งใจของนายกฯตอนแรก ไม่ได้จะพูดเรื่องปลดล็อก แต่จะพูดหลายเรื่อง แต่บางพรรคตั้งข้อแม้หากไม่คุยเรื่องปลดล็อกเขาไม่คุยด้วย และจะมานั่งมองตากันกี่คน

“หากไม่มีใครก็ไม่ต้องมา เพราะคนที่ไม่มาเขาก็ไม่มา ส่วนคนที่จะมาก็เจอกันทุกวันอยู่แล้ว จะหารือเมื่อไหร่ก็ให้รอหลังกฎหมายลูกประกาศใช้ และอย่าลืมว่ากฎหมายลูก ส.ส. ต้องทิ้งระยะไว้ 90 วันก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง 150 วัน ตอนแรกคิดว่า กฎหมายจะประกาศในเดือนมิ.ย. แต่เมื่อมีตัวแปรหลายอย่างเกิดขึ้นจึงเลื่อนไป การพูดคุยนี้ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องทำเป็นกำหนดขึ้นมา” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า ในการพูดคุยนอกจากเรื่องที่กำหนดไว้ในคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/60 แล้วนายกฯ ยังระบุจะพูดถึงนโยบายด้วย ทำให้พรรคการเมืองไม่อยากร่วมพูดคุย นายวิษณุ กล่าวว่า สิ่งที่ระบุไว้ในคำสั่งคสช.ขอให้มันมี แต่เรื่องอื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้หากจะคุยเพิ่มเติมก็ได้ ส่วนที่ไม่อยากคุยเรื่อนโยบายนั้นนานๆเจอกันทีมีอะไรก็ควรคุยกันได้