ชี้ “มีนักการเมืองใหญ่คุม คอยเก็บเงินไปลงทุนเลือกตั้งปีหน้า” เตรียมส่งข้อมูลฝาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ปราบปราม
เวลา 16.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2556 ที่ โรงแรมเดวิส บางกอก แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เปิดเผยกรณีกลุ่มนายทุนธุรกิจชาวจีนเปิดสถานบันเทิงมั่วสุมยาเสพติดในประเทศไทย หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ (25 ต.ค.) ที่ผ่านมาชุดสืบสวนนครบาลเข้าตรวจค้นอาคารร้านจินหลิง( jinling ) ,อาคาร LEELA ,อาคาร WIPWUP เลขที่ 60-60/1 ถนนเจริญ ราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพ โดยลักลอบเปิดมาแล้วประมาณ 4 เดือนและสามารถจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนกว่า 200 คนพร้อมยาเสพติดเฮโรอีนผง Happy water ซองสีทอง 323 ซอง ยาอีผง ซองสีดำ 91 ซอง หนัก 702 กรัม ยาอีผงบรรจุในซองกาแฟ 71 ซองหนัก 1,640 กรัม ยาอีผง ซองสีเหลือง 167 ซอง 628.9 กรัม ยาเค 16 ถุง หนัก 194 กรัม
นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า สถานบันเทิงแบบนี้จะรับลูกค้าที่เป็นคนจีนเท่านั้น มีการรับฝากยาเสพติดที่เสพไม่หมด ไม่ต้องเสี่ยงเจอด่านตรวจตำรวจอีกทั้งสถานบันเทิงดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่เพียงผับ แต่ยังเปิดเป็นบ่อนการพนันด้วยด้วย แถมยังนำน้ำดื่ม สุรา บุหรี่ นำเข้ามาจากประเทศจีน จ้างคนจีนเป็นเด็กเสิร์ฟ จึงเรียกสถานบันเทิงประเภทนี้ว่า “ผับศูนย์เหรียญ” คือ เจ้าของเป็นคนจีน ของทุกอย่างมาจากประเทศจีนหมด เข้ามาทำธุรกิจสีเทาอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เรียกว่าไม่เกรงใจคนไทยเลยแม้แต่น้อย เพราะนายทุนจีนชอบจ่ายหนักให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เลยสามารถเปิดธุรกิจสีเทาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่าที่ทราบมีอยู่ในย่านรัชดาภิเษก , สุทธิสาร , ห้วยขวาง , พระราม 2 และพัทยา ขบวนการเหล่านี้ มีเจ้าพ่อเมืองหลวง ซึ่งเป็นนักการเมืองใหญ่ให้ความคุ้มครอง ที่ทำหน้าที่หาเงินสีเทาเพื่อเอาไปให้กลุ่มการเมือง เพื่อเป็นทุนในการใช้เลือกตั้งในครั้งต่อไป
ซึ่งตนเองมีข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการนายทุนจีนสีเทา และคนรับเงินผลประโยชน์ ที่ตำรวจต้องรู้ไว้เพื่อปราบปราม โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวให้ แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เพื่อขอให้ช่วยปราบปรามกลุ่มนายทุนจีนธุรกิจสีเทา ซึ่งพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็ตอบรับยินดีนำข้อมูลของนายชูวิทย์ไปตรวจสอบ และยืนยันจะดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังส่วนกรณีการเสียชีวิตของหญิงชาวจีนในพื้นที่ สน.สุทธิสาร นั้นนายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ก็มาจากการน็อคยาเสพติดในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก มีความพยายามที่จะทำลายหลักฐาน เพื่อไม่ให้เชื่อมโยงเรื่องยาเสพติด
นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้ตั้งศูนย์ปราบปรามนายทุนจีนธุรกิจสีเทาอย่างจริงจัง คือ ให้ตรวจสอบกลุ่มนายทุนชาวจีนที่เป็นตัวหลัก , ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานกับประเทศจีนเพื่อขอประวัตินายทุน และชาวจีนที่เกี่ยวข้อง เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จะเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจ ก่อปัญหาสังคม และก่อปัญหาอาชญากรรมแก่ประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีนายทุนคนจีนที่เดินสายสีเทาจำนวนมาก มาลงทุนเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา จัดให้มีปาร์ตี้ยาเสพติด และเปิดบ่อนการพนัน กระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี

