นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษา พร้อมด้วย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ นายปารมี ไวจงเจริญ และนายภาควัต ศรีสุรพล คณะทำงาน รมช. ณ ห้องประชุมใหญ่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการนายอัครนันท์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ตนได้รับมอบหมายให้เข้ามากำกับดูแล สกร. อย่างเป็นทางการ จึงตั้งใจมาเพื่อเรียนรู้โครงสร้างการทำงาน ทำความรู้จักกับคณะผู้บริหารและบุคลากร พร้อมทั้งรับฟังการขับเคลื่อนโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โดยวันนี้เป็นการหารือเพื่อขับเคลื่อนบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนไทยทุกช่วงวัย รวมทั้งการจัดทำหลักสูตรที่ตอบรับกับโลกในยุคปัจจุบันก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในอนาคต เพราะ สกร.ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการศึกษาที่ให้โอกาสคนทุกช่วงวัยให้ได้มีโอกาสเรียนเพื่อเทียบวุฒิ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ให้กับประชาชนที่สนใจ เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต หรือสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว
นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า ตนมีความผูกพันส่วนตัวกับ สกร. ในฐานะศิษย์เก่าที่เคยได้รับโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า สกร. เป็น “พื้นที่สร้างโอกาส” ให้กับทุกคน พร้อมเน้นย้ำถึงแนวทางการยกระดับหลักสูตรฝึกวิชาชีพให้มีความทันสมัยและใช้งานได้จริงในยุคดิจิทัล เช่น การสอนทักษะการไลฟ์สดขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (TikTok) แทนการตลาดรูปแบบเดิม ๆ เพื่อให้ประชาชนเรียนจบแล้วมีรายได้ทันที โดยเตรียมบูรณาการความร่วมมือ กับกระทรวงแรงงาน เพื่อเชื่อมโยงการฝึกทักษะ (Reskill/Upskill) เข้ากับการจ้างงาน สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอยากเข้ามาเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
“อีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่เตรียมผลักดัน คือการพลิกโฉมห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ให้กลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน หรือ “Co-working Space” ที่ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อดึงดูดเยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้บริการ เปลี่ยนภาพลักษณ์ห้องสมุดแบบเดิม ๆ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่ดูเท่ ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเรียนรู้และการทำงานของคนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง รวมถึงการออกแบบหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น (Flexible) เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเรียนควบคู่ไปด้วย เช่น การเรียนออนไลน์การเรียนภาคค่ำ หรือการเรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อมุ่งหวังที่จะช่วยให้เยาวชนหรือผู้ที่อยู่นอกระบบสามารถกลับเข้ามาเรียนหรือพัฒนาตนเองได้ในรูปแบบที่สะดวกและพึงพอใจมากที่สุด”
รมช.ศธ. กล่าวนายอัครนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผมอยากให้ข้าราชการและบุคลากรทุกท่านสบายใจว่า ผมจะเข้ามาเป็น “ลมใต้ปีก” เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานและลดขั้นตอนความยุ่งยากของระเบียบราชการ เพื่อให้เราทำงานได้คล่องตัวขึ้น เป้าหมายของเราคือการยกระดับมาตรฐาน สกร. ให้สู้กับเวทีโลกได้ หลักสูตรต้องทันสมัย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้เรียน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปข้างหน้า เพราะการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือหัวใจสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ในโลกยุคปัจจุบัน

