นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าจะนิรโทษกรรมให้แก่คนที่โดนคดีการเมืองทั้งหมดและจะไม่แก้แต่จะฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ที่สุดก็กลับเข้าสู่ขั้นลองเดิมคือ ชูนโยบายเข้ามาลบล้างความผิดให้กับพรรคพวกตนเอง กลายเป็นการสืบทอดเจตนานิรโทษกรรมเหมาเข่ง ดั่งทายาทอสูร เมื่อติดตามข่าวดูนึกว่าจะมีอะไรตื่นเต้น แต่กลับก้าวไม่พ้นความขัดแย้ง

“ชูการนิรโทษกรรมล้างคดีให้กับพรรคพวกก็แสดงว่าจะนำพาพรรคการเมืองไปสู่ความขัดแย้งและแบ่งแยกประชาชนเพราะรู้อยู่แล้วว่าการออกกฎหมายล้างความผิดมีวิกฤตเกิดขึ้นก่อนหน้านี้” นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวอีกว่า การชูเรื่องฉีกรัฐธรรมนูญ ขณะที่ตนวางตัวเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่แสดงว่าไม่ได้อ่านเนื้อหาในรัฐธรรมนูญและไม่ได้อ่านหนังสือหรือติดตามข่าวว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่เห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ด้วยการเล็งเห็นสถานการณ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงได้กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้น

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า กองทุนนี้จะสามารถรองรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ 4.3 ล้านคนในประเทศนี้ โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับเดียวที่มีมาตรา 54 วรรค 6 เขียนกำหนดไว้ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนเพื่อใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมทั้งให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วยทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยจะต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุนมีอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวและมาตรา 258 (จ)ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา 54 วรรค 6 ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

“ทั้งหมดนี้พวกที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และอ้างตัวว่าจะเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่มีอนาคตอะไรที่มากกว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 54 และ 258 นี้หรือไม่ ถ้าไม่มีแล้วการประกาศฉีกรัฐธรรมนูญลองถามผู้ปกครองและเยาวชนไทยที่ด้อยโอกาส 4.3 ล้านคนซึ่งเป็นเป้าหมายและมีความหวังกับอนาคตก่อนไหม คิดจะเป็นนักประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้างทำไมประกาศฉีกรัฐธรรมนูญโดยที่ไม่คิดจะถามประชาชนเสียงส่วนใหญ่ที่ผ่านประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาว่าไหม?” นางมัลลิกา กล่าว