ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.11 นำตัวนายวิชาญ รักชาติ อายุ 34 ปี นายวินัส ปริกเพชร อายุ 34 ปี น.ส.ประคองศรี ศิริมั่น อายุ 39 ปี นายประดิษฐ์ทอง ชัยปัญหา อายุ 58 ปี และนายสมบัติ แก้วสุข อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันค้าหรือจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ โดยผิดกฎหมายและ ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามรถออกให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมาย คสช. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม ( ผบก.ป) ร่วมรับมอบ ก่อนนำตัวเข้าตรวจร่างกายโดยแพทย์ รพ.ตำรวจ และแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้กวดขันจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการ ที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุม กำกับดูแล และได้มีการสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกวดขันจับกุม

ต่อมาได้รับรายงานทางการข่าวว่าจะมีการเคลื่อนย้ายอาวุธสงครามครั้งใหญ่ซึ่งประจวบกับช่วงเวลาที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล จึงเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีใช้โอกาสนี้นำอาวุธมาก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย จึงได้มีคำสั่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมตามความผิดท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช. ระหว่าง 19-31 พ.ค.61 โดยเน้นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ต่อมาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน ว่าเมื่อวันที่ 22 พ.ค.61 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บริเวณถนนหน้าวัดโค้งงาม ม.7 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้ตรวจค้นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน กพ 4475 เชียงราย ซึ่งมี นายพงศ์พัฒน์ ใจอินต๊ะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.7 ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจค้น พบกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 10,000 นัด บรรจุในกล่องกระดาษ จึงจับกุม นายพงศ์พัฒน์ ดำเนินคดี ในความผิดฐาน “มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และเมื่อตรวจสอบสารเสพติดในปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติด ซึ่ง นายพงศ์พัฒน์ ยอมรับว่าตนได้เสพยาบ้ามาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เสพและเป็นผู้ขับขี่รถ ขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) อยู่ในร่างกาย
โดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เผยต่อว่า จากการสอบปากคำ นายพงศ์พัฒน์ ให้การซัดทอดว่า อาวุธของกลางดังกล่าวถูกส่งพัสดุมาจาก นายวิชาญ รักชาติ ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พระรครศรีอยุทธยา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา บูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร นำกำลังตรวจค้นบ้านพักของนายวิชาญ พบ กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก กริ๊บกระสุนปืนกล M60 ขนาด 7.62 ประมาณ 15 กก. จากการซักถามปากคำ นายวิชาญ ให้การเพิ่มเติมว่า ได้มีการสั่งซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนมาจาก “จ่าโก” และได้แบ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปซุกซ่อนที่บ้านพักของนายวินัส ปริกเพชร อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.6 ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย พบกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 4,542 นัด กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 25 นัด อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ ซีแซด ขนาด 6.35 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน จำนวน 1 กระบอก อยู่ในรถนิสสันรุ่นพัลซ่าร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กษ 2482 กทม. ส่วนการเข้าตรวจค้นบ้าน น.ส.ประคองศรี ที่บ้านเลขที่ 196 ม.4 ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ผลการตรวจค้นพบ วัตถุระเบิดขว้าง M26 A1 จำนวน 5 ลูก

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นจากการสอบสวนนายวิชาญ ได้จำหน่วยอาวุธและเครื่องกระสุนปืนให้กับบุคคลอื่นอีกหลายคน แต่ละคนกระทำ ความผิดต่างกรรม ต่างวาระ ในหลายพื้นที่ต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนพื้นที่รับผิดชอบได้สืบสวน สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่า มีผู้ร่วมกระทำความผิด จึงได้อนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดหลายคน โดยเฉพาะพื้นที่ สภ.ฉะเชิงเทรา เข้าตรวจค้นบ้าน นางอภิสรา โภควัฒน์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ม.1 ต.บ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบอาวุธปืน อาวุธสงคราม ชิ้นส่วนอาวุธสงคราม (M16) จำนวนมาก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว ย้ำอีกว่าในการสั่งระดมกวาดล้างอาวุธ เนื่องจากการข่าวความมั่นคง ได้มีกลุ่มแดงฮาร์ดคอมีการเคลื่อนไหวจะใช้อาวุธก่อความวุ่นวายในที่ชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยเฉพาะนายประดิษบ์ทอง เคยส่งอาวุธไปยังฝั่งลาว ฝั่งความมั่นคงสันนิษฐานว่าเป็นเขตอิทธิพลนายโกตี๋ แต่ไม่ได้ยืนยันว่ากลุ่มไหนจะก่อเหตุแต่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มฮาร์ดคอเสื้อแดงที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างอาวุธที่ยึดที่ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงราย อยุทธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา มันเขตใคร ถ้าตามสันนิษบานต้องเป็นอย่างนั้น ประกอบกับแหล่งข่าวยืนยันมาว่ามีการว่าจ้างให้มาก่อเหตุในวันชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง วันนี้มีผลการดำเนินการทั้งอาวุธและตัวผู้ต้องหา ไม่มีการจัดฉาก นอกจากนี้ นายวิชาญ ยังรับว่าเคยส่งอาวุธไปหลายพื้นที่ทั้ง ภาค 1 ,2,4,5,6,ทำมาแล้วประมาณ 3-4เดือน ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการประท้วง อาวุธจึงมีการเคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในขณะนี้มีกลุ่มแดงฮาร์ดคอเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ตอบว่า มีที่อิมพีเรียลลาดพร้าวเราสังเกตุเป็นพิเศษ และที่ม็อบที่ธรรมศาสตร์ มีความเชื่อมโยงกัน ฟ้องด้วยภาพ บอกเลยว่าอาวุธยังมีอีกมาก ที่ยึดมาได้ทั้งหมดแค่ 1ใน 3 ยังเหลืออีกเยอะ ถ้าเริ่มเคลื่อนไหวก็พอมีการห้ามห้ามปราบกวาดขันจับกุม ถ้าอย่างนั้นวันที่ 22 พ.ค.ที่มีการชุมนุมผมไม่กล้าสั่งให้งดกระบองหรืองโล่หรอกใช้แต่มือเปล่า ต่ำกว่ามาตรฐานในการควบคุมฝูงชน เพราะเราเชื่อมั่นว่าคนร้ายไม่มาก่อเหตุ

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบอาวุธของปืนสั้นแบบออโตเมติคในพื้นที่ สภ.ฉะเชิงเทรา พบว่ามีการคัดแปลงให้สามารถยิงเป็นชุดได้ ส่วนที่เก็บเสียงไม่มีการใช้ในราชการทหาร ลักษณะการใช้เป็นการใช้เพื่อลอบสังหาร

ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) เผยว่า ในการตรวจสอบของกลางพบว่าระเบิดแบบขว้างสังหาร เอ็ม 26 เอ 1 ของ สภ.เสาไห้ จ.สระบุรี จากการตรวจสอบในสาระบบพบว่าระเบิดเอ็ม 26 เอ 1 ถูกใช้ในการก่อเหตุในพื้นที่ตั้งแต่ ปี 53 จนถึงปัจจบัน จำนวน 15 เหตุ ในปี 53 จากการตรวจสอบล็อตนัมเบอร์ที่ตรงกันในล็อตที่จับได้ประมาณ 5 เหตุ เพราะตัวลูกระเบิดแต่ละชุดจะหมายเลขนัมเบอร์ไม่เหมือนกัน และพบว่าตัวเลขดังกล่าวตรงกันกับล็อตเมื่อใช้ก่อเหตุเมื่อปี 53 ระหว่างมีการชุมนุม จำนวน 5 คดี

ด้านนายวิชาญ ผู้ต้องหาคนสำคัญเปิดเผยว่า ในการซื้อขายอาวุธปืนมีคนติดต่อมาทางไลน์ แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครบอกแต่ว่าเป็นการ์ด ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้ในวันนี้ก็เคยส่งให้ นายประดิษฐ์ทอง ส่งกระสุนปืนเฮ็ม 60 จำนวน 4 ครั้ง ส่วนนายสมบัติเคยส่งกระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน 2 ครั้ง ในขณะเดียวกันนายประดิษฐ์ทอง ยอมรับว่าเคยซื้อของจากนายวิชาญจริง เมื่อรับของมาแล้วส่งต่อไปยังฝั่งลาว พล.ต.อ.ศรีวราห์ ถามว่าส่งให้โกตี๋ หรือไม่ นายประดิษฐ์ทอง ให้การว่าไม่ทราบว่าเป็นใคร ทราบแต่เพียงชื่อแอร์ โดยไม่มีความเกี่ยวพันกับคนเสื้อแดง แต่ยอมรับเคยถูกทหารเรียกเข้าค่ายเมื่อปี 60 ที่ทหารบอกว่าให้การกลุ่มฮาร์ดคอหลหบนีไป สปป.ลาว ตนเพียงมีเรือหางยาวรับจ้างส่งข้ามฝั่งเท่านั้น