ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 คน นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ สิรินิล นายชัยเกษม นิติศิริ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายนพดล ปัทมะ นายวัฒนา เมืองสุข และนายกิตติรัตน์ ณ ระยอง เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่ คสช.แจ้งความ 4 ข้อหา คือ 1.ฝ่าฝืนประกาศ คสช ที่ 57/2557 ห้ามประชุมพรรคการเมือง, 2.ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง, 3.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ 4.ยุยงปลุกปั่น

นายชูศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นการชุมนุมทางการเมืองตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจะเป็นการปลุกปั่นได้อย่างไร ข้อกล่าวหาที่บอกว่าทำผิดมาตรา 116 จะต้องเป็นการกระทำที่นอกเหนือจาก รธน. ทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายของบ้านเมือง โดยใช้กำลังของปชช.ลุกขึ้นมาต่อต้าน ซึ่งข้อกล่าวหาที่มีการแจ้งทั้ง 4 ข้อ ไม่มีการกระทำใดของแกนนำพรรคเข้าข่ายการกระทำความผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว พร้อมฝากพนักงานสอบสวนให้พิจารณาด้วยความยุติธรรม ไม่ใช่มีใครมาแจ้งความแล้วจะจับดำเนินคดีเอาผิดทันที ขณะเดียวกันเห็นว่าการใช้คำสั่งมาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการสกัดยับยั้ง คนที่เห็นต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อที่แจ้งเอาผิดสะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการใช่กฎหมายไม่ยุติธรรมและไม่เสมอภาค ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยว่าสิ่งที่พรรคการเมืองได้ดำเนินการตามสิทธิ์พลเมือง ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ 5 คนที่เหลือไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่มีสมาชิก 3 คนนั่งแถลงข่าว ขณะเดียวกันก่อนการแถลงได้มีการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้รับคำตอบมาว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจน พรรคก็ไม่ได้แถลงใดๆ แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่ดำเนินการ โดยใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นเรื่องที่พลเมืองประเทศไทยสามารถใช้สิทธิ์ในการวิจารณ์กาทำงานของรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คิดว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อกำจัดคนเห็นต่างอย่างไม่ชอบธรรรม ทั้งนี้อยากให้นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเป็นอุทาหรณ์ อยากให้ประชาชนและฝ่ายปฏิบัติงานทราบว่าการใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรม ไม่เสมอภาค มาเป็นเครืองมือทางการเมือง ดำเนินการกับประชาชนที่เห็นต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบหากเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต ส่วนข้อกล่าวหาที่แจ้งจับจะโยงไปถึงการยุบพรรคหรือไม่นั้น ได้นั่งดูทุกเรื่องที่แถลงยังไม่เห็นมีข้อไหนที่เข้าข่ายตวามผิดจนนำไปสู่การยุบพรรค เพราะการสะท้อนกานทำงานของรัฐบาลในรอบ 4 ปี ไม่ใช่เรื่องที่จะไปล้มล้าง สร้างปัญหาให้กับประเทศ จนถึงขั้นจะแจ้งความให้ยุบพรรคเพื่อไทยได้ และไม่คิดว่ารัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งนี้ ทั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชนเพราะประชาชนชนคือคนกำหนดทิศทางของประเทศ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค.แต่ฝ่ายความมั่นคงออกมาสกัดกั้นว่า ถือเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

ขณะที่บรรดาอดีตรัฐมนตรีอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกภาค แกนนำ นปช.อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตรมว.มหาดไทย นายวราเทพ รัตนากร อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรมช.นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. พร้อมแฟนคลับเดินมาให้กำลังใจจำนวนมาก