เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนภัยการเลือกซื้อสินค้าจากการจัดโปรโมชั่นเพื่อรับส่วนลดหรือของแถม จากร้านค้า ผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีอาจถูกหลอกลวงสร้างความเสียหายได้ ในห้วงที่ผ่านพบว่ามีการหลอกลวงของมิจฉาชีพที่เกี่ยวกับการเสนอขายสินค้าโดยการจัดโปรโมชั่นเพื่อ ลด แลก แจก แถม สินค้าหรือบริการต่างๆ ดังเช่นกรณีร้านบุฟเฟ่ต์แซลมอนชื่อดังรายหนึ่งขายคูปองทานอาหารในราคาถูก แล้วต่อมาได้ปิดกิจการ ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลและนำตัวผู้ต้องหายื่นฝากขังต่อศาลอาญาตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว และในกรณีล่าสุดที่มีการจำหน่ายคูปองที่พักและบัตรอาหารย่านพัทยาและใกล้เคียง ของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังมีการจัดโปรโมชั่นขายคูปองในราคาถูกเพื่อเข้าไปรับการบริการดังกล่าว เช่นราคาที่พัก 999 บาท ซื้อในช่วงโปรโมชั่นเพียง 22 บาท เป็นต้น และเนื่องจากมีราคาถูกจึงมีประชาชนสนใจไปซื้อคูปองจากทางร้านเองหรือจากตัวแทนที่รับคูปองมาจำหน่ายอีกที แต่ต่อมาไม่สามารถเข้าไปพักได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ได้ เนื่องจากทางเจ้าของที่พักได้ปฏิเสธไม่ยินยอมให้เข้าพัก ต่อมาทางบริษัทผู้จำหน่ายคูปองยกเลิกให้บริการจองที่พักด้วยคูปองทั้งหมด สร้างความเสียหายให้กับลูกค้าเป็นจำนวนหลายราย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักถึงพิษภัยภัยจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว อันเป็นการสร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับและสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ในการป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ให้เร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิดต่างๆ พร้อมเร่งทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและตัดโอกาสในการกระทำความผิดอย่างจริงจังต่อเนื่องโดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

ซึ่งความคืบหน้าของการดำเนินการดังกล่าวขณะนี้ บก.ปคบ. ได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานโดยทำการสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วกว่า 23 ปาก สอบปากคำพยานไปแล้ว 7 ปาก(เจ้าของที่พัก ร้านอาหาร และอื่นๆ) ตรวจสอบหลักฐานการเงินของบริษัทผู้ขายคูปองทั้ง 2 บริษัท โดยได้ทำการตรวจสอบพบความเสียหายในเบื้องต้นจากผู้เสียหายที่สอบปากคำ มูลค่าประมาณกว่า 1,200,000 บาท ซึ่งยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก และต้องสอบสวนพยานเจ้าของที่พักตามที่ระบุไว้ในคูปองอีกกว่า 20 แห่ง(ในพื้นที่เมืองพัทยาและใกล้เคียง) และทำการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงหากมีการนำไปบิดเบือนหรือผลิตข่าวปลอมที่เกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าวนั้นซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวหากมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายสามารถรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมขอฝากเตือนประชาชนใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อหรือเข้ารับบริการสินค้าต่างๆขอให้พิจาณาให้ดีอย่าเชื่อแค่คำโฆษณาที่เกินจริงและขอประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกัน ดังนี้ 1.อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะการลดราคา การโฆษณา การจัดโปรโมชั่นเกินจริง ควรศึกษารายละเอียดและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ดีเสียก่อน 2.ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนผ่าน https://complaint.ocpb.go.th/ หรือช่องทาง Mobile Application แอปพลิเคชัน OCPB Connect ใช้ได้ทั้ง Andriod และ ios ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง