นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร พร้อมคณะร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมเกี่ยวกับการปรับลดงบประมาณระบบไอทีของอาคารรัฐสภาใหม่ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทบทวนปรับลดงบประมาณเพิ่มเติมโดยนายสรศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ดื้อกับ ครม. และพร้อมที่จะทบทวนให้อยู่ในความเหมาะสมและจะรับมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อไป ซึ่งบริษัทชิโน-ไทยยืนยันว่า การย้ายรัฐสภาอู่ทองในจะสามารถทำได้ภายในเวลาที่กำหนด  โดยห้องประชุม ส.ว. จะเสร็จภายในปี 61 นี้ และจะเร่งดำเนินการในส่วนของห้องประชุม ส.ส. ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 62  พร้อมกับห้องทำงานของข้าราชการ ห้องทำงานสมาชิก และห้องประชุมกรรมาธิการก็จะเสร็จเพื่อรองรับส.ส.ที่จะมาจากการเลือกตั้งตามโรดแมปเดือน ก.พ. 62 ได้ทัน

“เมื่อ ครม. ทักท้วงมาวันนี้ ผมไม่เอาแล้วครับ ทั้งไมค์โครโฟน ทีวี นาฬิกาที่มีราคาแพง แต่จะปรับลดทบทวนทุกเรื่องเพื่อลดงบประมาณลงมาตามความจำเป็นและความเหมาะสมคิดแล้วว่า เราคงไปไม่ถึงระบบ 4 K คงอยู่ได้แค่ดิจิทัล หรือ ยุคอะนาล็อกเมื่อก่อน เราคิดว่า ห้องประชุมในอนาคตจะเป็นห้องประชุมไร้สาย เพราะเผื่อเวลาฝนตกแล้วไฟช๊อตสมาชิกตายจะทำอย่างไร ดังนั้นเราถึงได้ออกแบบคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อให้รัฐสภาแห่งใหม่ดี เรื่องไอซีทีถ้าลดได้ก็ต้องลด แต่ระบบสื่อสารในอาคารรัฐสภาจะต้องไม่กระทบหรือล้มเหลว” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร กล่าว

นายสรศักดิ์ เพียรเวช

นายสรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัท ซิโน-ไทย ทำหนังสือขอสงวนสิทธิ์เรียกค่าเสียหายในการทำงานปิดฝ้าเพดานและผนังควบคู่ไปกับระบบไอที ซึ่งถ้างบไอทียังไม่มาและบริษัทจะต้องปิดฝ้าแล้ว เขาจะต้องเรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่าพันล้าน ซึ่งตนหนักใจ แต่คิดว่าตอนนี้จะต้องคุยกับบริษัทดังกล่าว ขอให้เขาเห็นแก่ประโยชน์ราชการ โดยขอให้ผู้รับเหมาอย่าเพิ่งปิดฝ้าเพดาน ทั้งนี้ตนคิดว่าทุกปัญหามีทางออก เมื่อถามถึงแผนการจัดการหากงบไอทีไม่มา แต่จะต้องมีการปิดฝ้าเพดานและผนังจะทำอย่างไร นายสรศักดิ์ชี้แจงว่า ตนกินไม่ได้ นอนไม่หลับก็เพราะบริษัท ซิโน-ไทย ทำหนังสือมาถึงจะเรียกร้องค่าเสียหาย หากงบไอทีมาทีหลังก็จะเป็นเรื่องใหญ่เพราะจะต้องทุบตึกที่บริษัท ซิโน-ไทยสร้างไว้

“นั่นหมายความว่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น และผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สร้างตึกใหม่เสร็จก็เหมือนมาปรับปรุงตึกใหม่อีก หัวหน้าส่วนตายอย่างเดียวเลย ทุกกระทรวง ทบวง กรม สังคมยำเละ ตอนนี้ก็เชื่อว่าน่าจะมีทางออก แต่ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร” นายสรศักดิ์ กล่าว

นายสรศักดิ์ เพียรเวช

ขณะที่นายโชติจุฑา สอนอาจ ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า หากการอนุมัติงบในส่วนของไอทีล่าช้า จะทำให้เสียเวลาไป 3-4 เดือน จากเดิมที่เริ่มติดตั้งระบบไอทีตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเป็นเช่นนี้กว่าจะเริ่มติดตั้งได้อาจจะประมาณเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. ไม่มั่นใจว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามกำหนดหรือไม่

ด้านนายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภา ผู้ควบคุมดูแลและรับผิดชอบการปฏิบัติการในสำนักรักษาความปลอดภัยและโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ กล่าวว่า สำหรับแนวทางในการปรับลดงบประมาณนั้น ตนได้มอบหมายให้บริษัท เมอร์ลิน โซลูชั่น ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและศึกษาระบบไอทีให้กลับไปทบทวนและศึกษาใหม่อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะใข้เอกสารที่เสนอต่อ ครม. ซึ่งมีการเปรียบเทียบราคากลางไว้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นมาตรฐานในการปรับลดด้วย โดยจะยึดหลักระบบจะต้องตอบสนองการทำงานของสมาชิกรัฐสภา นายสุชาติกล่าวว่า การทำงานของสภาแต่ละอย่างมีเรื่องของคุณภาพงานประกอบด้วย เราซื้อของในราคาที่ถูก แต่คุณภาพไม่ได้ก็มีปัญหาตามมา ของที่ใช้ทั้งหมดนอกเหนือจากการใช้ปกติ การประชุมมีทั้งวัน ทั้งคืนแต่เราใช้ของคุณภาพที่ต่ำ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เราก็ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้น คุณภาพของเราต้องได้มาตรฐานที่สามารถยืนระยะในการใช้งานได้ตามภาระกิจ ซึ่งตนยึดถือภารกิจของงานเป็นหลัก

“เรื่องของนาฬิกาหรืออะไรทั้งหมด ถ้าจำเป็นก็คงต้องยอมรับว่าต้องมี แต่เมื่อดูแล้วความจำเป็นกับราคาและความเหมาะสมหากต้องลดก็ลดเลย แต่ถ้ายังคงมีก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเหตุผลที่บริษัท เมอร์ลิน เสนอมาทั้งหมดเป็นอย่างไร ตนจะต้องทำมาทบทวนใหม่ทั้งหมดและไม่ใช่เฉพาะ 4-5 โครงการที่มีปัญหา จะดูภาพรวมทั้งหมดว่างบที่เสนอไปในส่วนไหนที่จะทบทวนได้บ้าง ถ้าทบทวนนอกเหนือจากที่มีข้อท้วงติงมาก็จะนำเสนอเลขาและเข้าคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปได้ภายในสัปดาห์หน้า” นายสุชาติ กล่าว

เมื่อถามว่า นาฬิการาคา7 หมื่นกว่าบาทเหมือนกับนาฬิกา สมัยนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภา จัดซื้อหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวยอมรับว่า มีลักษณะคล้ายกัน แต่ในตัวเรือนเราไม่รู้ว่าเทคโนโลยีมีมากน้อยแค่ไหน ที่ทราบคือ ตัวเรือนไม่แพง แต่ไปแพงในเรื่องของระบบ ยิ่งมากชั้นสายที่ต่อไปแต่ละชั้นก็จะแพงขึ้น แต่ในยุคนายสุวิจักษณ์ที่โดนตั้งกรรมการสอบไม่ใช่เพราะนาฬิกามีราคาแพง แต่ที่ยกเลิก เพราะบริษัทที่นำมาเสนอขายคุณสมบัติผิด คือ ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้จำหน่ายนาฬิกา แต่ไปสอดไส้ว่า ตัวเองมีคุณสมบัติ ข้าราชการที่จัดซื้อจัดจ้างถูกตั้งกรรมการสอบ เพราะไม่ได้สอบในรายละเอียดลงลึกว่า บริษัทมีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเรื่องนาฬิกาตนบอกกับเลขาธิการสภาฯว่า มีความจำเป็นหรือไม่ ที่เราจะต้องมีนาฬิกาทั้งสภา จำนวนเงินล้านกว่าบาท  แม้จะเป็นเงินไม่มากเท่าไหร่ ก็ต้องพิจารณา ต้องพิจารณาตรงนี้เป็นหลักเช่นกัน

“มีการพูดถึงเรื่องระยะเวลาในการช่วยเหลือเวลาเกิดอุบัติเหตุกะทันหันกับสมาชิกในการเรียกรถพยาบาลว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เวลาต้องตรงกัน และหากไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีความจำเป็นก็จะคงไว้ แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ต้องตัดไป แต่ระบบนี้ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าที่ศาลฎีกาที่ก่อสร้างใหม่ และอีกหลายส่วนราชการที่ก็มีการใช้นาฬิการะบบนี้อยู่” นายสุชาติกล่าว

นายพรเทพ ฤทัยเจริญลาภ ผู้จัดการโครงการออกแบบระบบไอซีที บริษัท เมอร์ลิน โซลูชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด กล่าวว่า เราในฐานะผู้ที่จัดหาอุปกรณ์ทั้ง ชุดไมค์ นาฬิกา ทีวี ได้ดําเนินการตามที่สภาร้องขอ เพื่อตอบสนองภารกิจของ สภาในอนาคต ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เราเลือกใช้แบรนด์ยุโรป ซึ่งมีคุณภาพ ทนทาน สามารถรองรับเทคโนโลยีทีจะพัฒนาใน อนาคตได้ ซึ่งหากจะมีการปรับลดงบประมาณ ก็ต้องมีการปรับลดสเปคลง ซึ่งเราได้ทําเป็นตุ๊กตาไว้แล้ว เพือเตรียมที่จะ เสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา แน่นอนว่าหากมีการปรับลดมีมากกว่า 10 % แต่การจะปรับลดงบประมาณจริงๆ คงไม่ได้ ทําเป็นเปอร์เซ็นสักเท่าไหร่ แต่เราเป็นโมดูล ซึ่งหากจะลด ก็ต้องตัดโมดูลนั้นๆ ออกไป ก็จะทําให้ราคาลดลงได้

“แน่นอนว่าเราไม่ได้เตรียมตุ๊กตาเพียงตัวเดียว แต่เราเตรียมไว้หลายๆ แบบ เพือให้สํานักเลขาฯ เป็นผู้พิจารณาว่า ต้องการปรับลดลงมาแค่ไหน”นายพรเทพ กล่าว