วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( โฆษก ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบสารกลุ่มเบนโซไดอาซิปินส์ ชนิด Alprazolam ซึ่งเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง ว่า ได้ตรวจสอบไปยัง พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 แจ้งว่า หนึ่งผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นผู้ชาย ตรวจพบยาในกลุ่ม Alprazolam เบื้องต้นจากการสอบถามการใช้ทางการแพทย์ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เพราะเป็นยาที่ใช้คลายความกังวล ทำให้หลับ ซึ่งอยู่ในรายละเอียดของสำนวนการสืบสวนสอบสวนว่าใช้ยาตัวดังกล่าวเมื่อไหร่ และมีเหตุผลความจำเป็นในการใช้อย่างไร ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน มีการสอบปากคำและตรวจสอบพยานทั้งหมด พร้อมบันทึกรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดีแล้ว จึงไม่มีการชี้แจงต่อสาธารณะ เพราะเกรงว่า จะมีผลต่อการต่อสู้คดีระหว่างคู่ความ แต่เมื่อมีผู้นำข้อมูลมาเผยแพร่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเท่าที่เปิดเผยได้ ส่วนบุคคลที่นำออกมาเผยแพร่ จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ต้องดูเจตนาเป็นหลัก
พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า กรณีที่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกล่าวอ้างว่าการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรณีที่มีผู้มาร้องเรียนเรื่องการดำเนินการทางคดี การสืบสวนสอบสวนคดีแตงโม ไม่เป็นไปตามรูปแบบหรือเป็นไปด้วยความล่าช้า ขอชี้แจงเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1.กรณีมีผู้มาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปัญหาข้อขัดข้องหรือข้อสงสัยของผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับคดีนี้ทั้งฝ่ายสืบสวนสอบสวน ขอชี้แจงให้ทราบว่าในห้วงที่ผ่านมามีผู้มาร้องเรียน หรือแม้กระทั้งในอนาคตที่จะมีผู้มาร้องเรียนก็ตาม ในเรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตอบรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ นั้นทันที ยกตัวอย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาทางนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้มาร้องเรียนให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของพนักงานสอบสวน ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค1 ซึ่งทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการไปในระบบตรวจสอบ เบื้องต้นได้สั่งการให้รองผบ.ตร.ที่ดูแลหน้างานไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า 2.การร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีไม่ว่าจะเป็นใครร้องทุกข์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน กลุ่มบุคคล หรือนายอัจฉริยะที่ไปร้องทุกข์ปปป. ทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคนไม่เคยไปกล่าวล่วงการดำเนินการทางคดีของพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมาตาม ป.วิ อาญาทุกอย่าง หมายความรวมถึงกลุ่มคนที่จะไปร้องเรียน หรือผู้ได้รับความเสียหายเดือดร้อนจากเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือหน่วยราชการในสังกัด ตร. หรือหากจะมีหน่วยไหนในอนาคตก็เป็นสิทธิ์ตามกฏหมายอยู่แล้วให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนตามป. วิ อาญาทุกประการ อยากจะเน้นการที่ออกมาพูดว่า ไม่ได้ทำอะไรเลยช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่เป็นความจริงเด็ดขาด ยืนยันเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนทั้งทางวินัย และทางคดีอาญา โดยเฉพาะเรื่องที่มาร้องเรียนโดยตรงเป็นหนังสือราชการ
หากมีพยานหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีสามารถนำมายื่นกับพนักงานสอบสวนได้ แต่พนักงานสอบสวนจะต้องขออำนาจจากพนักงานอัยการ เพราะขณะนี้สำนวนคดีทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการแล้ว การจะสอบเพิ่มหรือไม่อยู่ที่อัยการจะสั่งลงมาที่พนักงานสอบสวน แต่เบื้องต้นขณะนี้ทราบว่าพนักงานสอบสวนสอบเสร็จสิ้นแล้ว
ส่วนกรณีคลิปที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำมาเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนวานนี้ (9 พ.ค.)จากการตรวจสอบกับ พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พบว่าเป็นคลิปเฉพาะบางส่วนที่นำมา ซึ่งไม่ครบองค์ประกอบของกระบวนการ แต่ยืนยันว่าแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตร.ดำเนินการตามที่พนักงานสอบสวนในคดีร้องขอให้มีการตรวจเทียบเคียงวัตถุพยานเพื่อให้ทราบความสมบูรณ์ของขั้นตอน และยืนยันว่าคลิปไม่ได้หลุดจาก นิติเวชวิทยา รพ.ตร.และไม่ได้มีความขัดแย้งภายในสถาบันนิติเวชฯ รวมทั้งไม่มีบุคคลใดบงการอยู่เบื้องหลัง ส่วนจะมีการเอาผิดกับคนที่นำคลิปมาปล่อยหรือไม่อยู่ระหว่างการหารือข้อกฎหมาย แต่ย้ำว่าหากเป็นการทำใดที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เสื่อมเสียชื่อเสียงจะต้องมีการดำเนินคดีแน่นอน
นอกจากนี้ ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบเรื่องการร้องเรียนถึงข้อเท็จจริงทั้งกรณีเรื่องการนำภาพถ่ายผู้บาดเจ็บจากต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตมาประกอบการแถลงข่าว ซึ่งขณะนี้ทราบว่า มีการรายงานมายัง ผบ.ตร.แล้ว แต่ไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่ให้ตรวจสอบการร้องเรียนของ นายอัจฉริยะ ที่ กล่าวหาว่าตำรวจทำคดีไม่โปร่งใสปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ขณะนี้ ผบ.ตร ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่าบุคคลใดที่จะไปฟ้องร้อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ในฐานะผู้บังคับบัญชาและฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้
ด้าน ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ยอมรับ คลิปชันสูตรศพแตงโม เป็นคลิปขณะเปรียบเทียบแผลกับใบพัดเรือ ส่วนยาอัลปราโซแลม ไม่มีผลกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ แต่หากใช้ปริมาณมาก ส่งผลให้ง่วงได้
พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยอมรับ คลิปวีดีโอ ที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำไปเผยแพร่ อ้างว่า เป็นภาพการนำศพของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม มาเปรียบเทียบกับใบพัดเรือ เป็นเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 ขณะที่ ทีมแพทย์นิติเวช นำร่างของแตงโม จากห้องเย็น ไปผ่าพิสูจน์ ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ให้มีการเปรียบเทียบร่องรอยบาดแผลของศพ กับใบพัดเรือของกลาง ว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยใช้สถานที่ 1 ใน 3 ห้องผ่าศพ ที่อยู่ในบริเวณสถาบันนิติเวช ซึ่งห้องดังกล่าว เป็นห้องสำรอง ไว้สำหรับฉีดยา ซึ่งบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้ และมีการดำเนินการในวันเวลาราชการ ซึ่งขณะผ่าชันสูตร มีการบันทึกทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ จากทีมชันสูตร 4 คน ประกอบด้วย แพทย์เจ้าของคดี 1 คน ผู้ช่วยแพทย์ 1 คน และ ช่างภาพ 2 คน ไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี
สำหรับขั้นตอน ตั้งแต่สถาบันนิติเวชฯ รับศพแตงโม วันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีการแกะห่อศพ แล้วบันทึกภาพไปกว่า 200 ภาพ โดยพบว่า บนร่างของแตงโม มีบาดแผล 26 บาดแผล ก่อนนำไปผ่าชันสูตรอีกครั้ง ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พบว่า มีบาดแผลเพียง 22 บาดแผล ซึ่งคาดเคลื่อนดังกล่าว เป็นที่ยอมรับได้ในทางการแพทย์ เพราะระยะเวลาผ่าชันสูตรห่างกันถึง 19 วัน
กรณีที่มีการนำคลิปไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้มีการปกปิด เพราะเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประกอบสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ออกจากสถาบันนิติเวชฯ โดยข้อมูลนี้ จะส่งต่อให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับผิดชอบสำนวนคดีเท่านั้น ส่วนจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ต้องดูที่เจตนา แต่ขณะนี้ ยอมรับว่า เกิดความเสียหายกับองค์กร ซึ่งหากพบว่า เป็นการดิสเครดิสเจ้าหน้าที่ ก็ต้องพิจารณาข้อกฎหมายอีกครั้ง แต่ยอมรับว่า เสียกำลังใจ เพราะทุกคนทำงานตามมาตรฐาน และไม่ได้ปกปิดข้อมูล โดยที่ผ่านมา องค์กรไม่มีความขัดแย้ง โดยมีแนวทางและเจตนาเดียวกัน ที่จะทำให้คดีคลี่คลาย
ส่วนกรณีพบสารอัลปราโซแลม หนึ่งในพยานเพศชาย ที่อยู่บนเรือกับแตงโม ยืนยันว่า ยากลุ่มดังกล่าว มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยมีฤทธิ์คลายกังวล หรือคลายเครียด ใช้ในการรักษา โรคเครียด ลมชัก นอนไม่หลับ ไม่มีคุณสมบัติกระตุ้นทางเพศ แต่หากใช้ในปริมาณมาก อาจทำให้ผู้ใช้ง่วงนอน ส่วนที่เรียกว่า ยาเสียสาว เชื่อว่า เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด

