นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ(สปท.) โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวถึงกรณีการดำเนินงานปฏิรูปประเทศ ว่า งานการปฏิรูปประเทศไม่ใช่เรื่องหมูๆ ในฐานะที่อยู่หน่วยปฏิรูปประเทศมาตั้งแต่ สปช.(ประธานกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม)มา สปท.(ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง)มาจนถึงการเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) ก็ต้องบอกว่า คนที่เข้ามาทำหน้าที่ก็มีความตั้งใจและต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆให้สำเร็จ แต่ทุกอย่างล้วนมีข้อยุ่งยากและอุปสรรคที่ต้องฝันฝ่าผ่านไปให้ได้หลายระดับ รวมถึงความเคยชินของระบบราชการเดิม ผลประโยชน์ที่คนมีหน้าที่เคยได้รับ การใช้อำนาจเหนือประชาชน ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น จึงต้องทำความเข้าใจกันว่า

นายเสรี กล่าวต่อไปว่า “การปฏิรูป” มีความหมายตามพจนานุกรมว่า การปรับปรุงอย่างเหมาะสม หรือ การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ ซึ่งอาจมีบางเรื่องที่สามารถทำได้แบบพลิกฝ่ามือให้มีการเปลี่ยนได้อย่างทันทีทันใด คือ การใช้อำนาจพิเศษ ได้แก่ มาตรา 44 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ความจริง ควรใช้อำนาจตาม มาตรา 44 มาใช้ทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่จะถูกครหาว่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีการกลั่นกรอง จะไม่รอบคอบ จึงไม่ค่อยยอมรับกัน กระบวนการปฏิรูปประเทศจึงเกิดขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า ที่ผ่านมาเคยมีการปฏิรูปประเทศมาแล้วไม่กี่ครั้ง เช่น การเปลี่ยนระบบงานราชการจากจตุสดมภ์ เวียง วัง คลัง นา มาเป็น กระทรวง ทบวง กรม ก็ถือว่าเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ แต่ต่อมาก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ก็ทำนิดทำหน่อย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง ก็คงได้ตามข้อเสนอของ สปท.มาได้ระดับหนึ่ง เข่น การทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของพรรค ไม่ใช่พรรคเป็นของนายทุน หรือการให้ประชาชนในพื้นที่เลือกผู้แทนของตัวเองก่อน (ไพรมารี่โหวต)

“การวางรากฐานให้เกิดวัฒนธรรมการเมือง เริ่มต้นได้แค่นี้ การปฏิรูปการเมืองก็เป็นการเริ่มต้นที่พอไปได้แล้ว แต่จะให้การเมืองเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือคงยาก
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ประวัติศาสตร์จะจารึกไว้ว่ายุคนี้เป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากกว่าครั้งก่อนๆ เช่น การให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคด้วยการเป็นสมาชิกพรรคจริงๆ เท่านี้ พรรคการเมืองปัจจุบันก็ระส่ำแล้ว แต่ต่อไปแต่ละพรรคการเมืองก็จะมีการปรับตัวให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในพรรคการเมือง มีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างแท้จริง”

นายเสรี กล่าวต่อไปว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การวางแผนงานการปฏิรูปประเทศด้านอื่นๆและการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศคงมีในยุคนี้เท่านั้นที่เริ่มทำ และสามารถทำให้เห็นได้เป็นรูปธรรมได้ เพียงแต่การปฏิรูปให้สำเร็จก็ต้องใช้เวลาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมีการกำหนดแต่ละช่วงเวลาให้ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาก็สำเร็จแล้วบางส่วน

“ต่อไปเพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่สำเร็จ ก็ต้องมีคนทำต่อเนื่องอย่างมีแบบแผน ทั้งงานการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ มิฉะนั้น จะกลายเป็นความล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย” นายเสรี กล่าว

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/sereelaw/posts/929258320611639″ bottom=”30″]