นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหลืออีกเพียงสัปดาห์เดียวจะครบ 4 ปีรัฐประหาร เป็นเวลานานเกินควรที่ประชาชนและชาวโลกควรทราบว่าทิศทางของประเทศควรจะอยู่ในแนวทางใด ผู้กุมอำนาจจะต่อท่ออำนาจผ่านพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนตามกระแสข่าวในขณะนี้หรือไม่ หรือจะร่วมกับ กกต.บริหารจัดการเลือกตั้งอย่างเป็นกลาง เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมา แต่ที่เห็นได้ในขณะนี้ก็คือ แม้จะใกล้ครบ 4 ปีการบริหาร เป็นไปได้อย่างไรที่ประชาชนยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกตั้งวันไหน พรรคการเมืองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะปลดล็อกวันใด ในขณะที่รัฐบาลออกประชุม ครม.สัญจรถี่ยิบท่ามกลางกระแสวิจารณ์การใช้งบประมาณ การใช้พลังดูดเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ประการสำคัญที่ทำลายระบบนิติธรรม ทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมก็คือ การที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ป.พรรคการเมือง จนผ่านขั้นตอนประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่กลับมีคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 มามีอำนาจเหนือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่อาจปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองได้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพรรคการเมือง ตลอดจนสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆ จนพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค คือ พรรค พท. และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อวินิจฉัยคำสั่งดังกล่าวโดยจะมีการวินิจฉัยในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 หรือหลังครบ 4 ปีรัฐประหารเพียง 1 วัน

“ทำอย่างไรเราจะเรียกความเชื่อมั่นประเทศทางด้านการเมืองกลับคืนมา เรียกความเชื่อมั่นทางระบบกฎหมายกลับคืนมา ซึ่งผมเห็นว่ามีทางเดียวเท่านั้น คือ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย บ้านเมืองต้องอยู่ในระบบนิติธรรม ถึงจะได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมา ดังนั้น ทุกภาคส่วนควรมาร่วมกันสร้างให้ความเชื่อมั่นประเทศกลับคืนมา ด้วยการดำเนินการอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมดังกล่าว ซึ่งเมื่อความเชื่อมั่นกลับคืนมา ศักดิ์ศรี เกียรติยศประเทศก็จะกลับคืนมาโดยเร็วอย่างแน่นอน” นายชวลิตกล่าว