วันที่ 15 เมษายน 2565 ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 (บก.สส.ภ.3) จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ภาณุ บุรณศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.3, พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา,
พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 ร่วมแถลง กรณีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 เวลาประมาณ 13.00 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้าทองภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส นครราชสีมา ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ จำนวน 51 เส้น น้ำหนักรวม 153 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 4.6 ล้านบาท หลังเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

พล.ต.อ.รอย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว จากการสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก. ปฏิบัติการรักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.ภ.3 กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา และ สภ.เมืองนครราชสีมา บูรณาการกำลังร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุชื่อนายกิตติพงษ์ หรือ แพไธสง หรือเบส อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 486 ม.4 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จว.นครราชสีมา
ต่อมาได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาออกหมายจับนายกิตติพงษ์ฯ ตามหมายจับที่ จ.142/2565 ลงวันที่ 13 เมษายน 2565 กระทั่ง วันที่ 15 เมษายน 2565 เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุม นายกิตติพงษ์ แพไธสง ได้ที่โรงแรม Tevan Jomtien Hotel ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ซึ่ง นายกิตติพงษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ในการสืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้ต้องหา สามารถตรวจยึดของกลาง สร้อยคอทองคำ จำนวน 28 เส้น น้ำหนักรวม 84 บาท (ฝังดินไว้หลังบ้านภรรยา), เงินสด จำนวน 110,000 บาท (ยึดจากผู้ต้องหา), รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สี ขาว-ดำ-ส้ม ทะเบียน งมจ 504 นครราชสีมา (ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ), อาวุธปืนปลอม(ใช้ในการก่อเหตุ), เสื้อผ้า หมวกคลุมหัวสีดำ กระเป๋าสะพาย 2 ใบ ที่ใช้ในวันก่อเหตุ, ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ (พบระหว่างเส้นทางหลบหนี), ค้อน 1อัน (เตรียมมาทุบกระจก) จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดี ในส่วนสร้อยคอทองคำที่ขาดหายไป ผู้ต้องหาอ้างว่า นำไปขายตามที่ต่างๆ ระหว่างหลบหนี และมีบางส่วนอาจจะตกหล่นระหว่างทางที่หลบหนี จะได้สืบสวนสอบสวนติดตามคืนผู้เสียหายต่อไป ซึ่งคดีนี้ชุดสืบสวนของ บก.สส.ภ.3 สามารถแกะรอยจับกุมผู้ต้องหาได้ภายใน 62 ชม.”รอง ผบ.ตร.กล่าว”

