นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ออกมาระบุว่า แผนการปฏิรูปประเทศเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้า โดยระบุว่า “เห็นใจบวรศักดิ์ เห็นข่าวคุณบวรศักดิ์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย บ่นเหนื่อยและแสดงความสิ้นหวังกับการปฏิรูปแล้ว มีประเด็นที่น่าสนใจมากอยู่หลายประเด็นทีเดียว

คุณบวรศักดิ์บอกว่า มีแนวทางในการปฏิรูปกฎหมาย
1. ต้องมีกฎหมายที่ดี
2.มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น
3. ลดกฎหมายที่ล้าหลัง เป็นภาระต่อประชาชน

แล้วก็บอกว่า ต้องออกกฎหมายว่าด้วยการจัดทำกฎหมายและยังได้บอกว่าจะต้องมีวิธีการต่างๆ

เมื่อพูดถึงการปฏิรูปประเทศในภาพรวม คุณบวรศักดิ์บอกว่า ตนรู้สึกเหนื่อย เพราะมองไม่เห็นว่า จะไปจบลงอย่างไร โดยได้อธิบายเพิ่มเติมไว้

พอสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ว่า

1.จากสปท.มาสู่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ แต่ก็มีแต่แผน ไม่มีอะไรคืบหน้า

2.การให้ส่วนราชการเป็นผู้ปฏิบัติจะคิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหมือนกรรมการที่อยากลงมือทำทันที

3.การปฏิรูปอยู่ในบทถาวรของรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย แต่เราจะปฏิรูปไปตลอดชาติไม่ได้

4.ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง การปฏิรูปคงดำเนินต่อไป แต่ถ้าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง คงโละทิ้งกรรมการปฏิรูปและกรรมการยุทธศาสตร์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะรัฐธรรมนูญนี้แก้ยาก

5.จากเรื่องปฏิรูปนี้ ในโครงสร้างการเมืองไทย หนีความขัดแย้งไม่พ้นแน่

เรื่องการปฏิรูปกฎหมายนั้น ผมฟังดูแล้วก็ยังไม่เห็นว่า น่าจะทำให้เกิดมรรคผลอะไรได้สักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่คุณบวรศักดิ์บอกว่าจะทำ มันย้อนแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ที่ได้มีการออกกฎหมายแบบสะเปะสะปะ เลอะเทอะกันอย่างง่ายดายเต็มไปหมด ทั้งในรูปของพรบ. พรก. และบรรดาคำสั่งต่างๆของคสช.ซึ่งจำนวนมากมีฐานะเป็นกฎหมายเทียบเท่าหรือสูงกว่าพรบ. กฎหมายหลายร้อยฉบับเหล่านี้ ทำกันอย่างสุกเอาเผากิน ไม่มีการกลั่นกรองตรวจสอบอย่างเหมาะสม

การเขียนกฎหมายที่ผ่านมา จึงตรงกันข้ามกับแนวทางที่คุณบวรศักดิ์พูดถึงอย่างสิ้นเชิง การปฏิรูปกฎหมายจึงไม่เพียงแต่ไม่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาได้เกิดการสะสมของกฎหมายที่ไม่ดี ไม่จำเป็นและล้าหลังจำนวนมาก แค่นี้ก็แก้กันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว นับประสาอะไร จะไปปฏิรูปกฎหมายที่มีมานานแล้วและดูแลการออกกฎหมายใหม่ๆให้ดีได้

ความเห็นต่อการปฏิรูปประเทศในภาพรวมของคุณบวรศักดิ์นั้น ถ้าจะตีความและเรียบเรียงเสียใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น จะเป็นว่า มีสปท.ก็แล้ว คณะกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆก็แล้ว ก็มีแต่แผน ไม่เกิดการปฏิรูปใดๆ เพราะให้ส่วนราชการที่อนุรักษ์เป็นคนทำ อย่างนี้ชาตินี้ทั้งชาติ คงไม่เกิดการปฏิรูป ถ้าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คณะต่างๆคงอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคงโละทิ้งหมด แต่ก็ไม่ง่าย ไม่ว่าทางไหนก็จะเกิดความขัดแย้ง เพราะปัญหาโครงสร้างที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

ผมเห็นด้วยกับคุณบวรศักดิ์ในหลายประเด็น แต่ก็มีความเห็นแตกต่างที่สำคัญอยู่เหมือนกัน การที่การปฏิรูปไม่มีอะไรคืบหน้านั้น จะโทษแต่ข้าราชการประจำไม่ได้ ต้องโทษคสช.และแม่น้ำทั้ง 5สาย ที่ไม่มีวิสัยทัศน์และไม่ต้องการปฏิรูปจริง ไม่เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไม่ให้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงไม่เกิดการปฏิรูปแม้แต่เรื่องเดียว

ส่วนยุทธศาสตร์ชาติและแผนต่างๆก็ไม่มีหลักประกันอะไรว่า จะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน การปฏิรูปถูกใช้เป็นเพียงข้ออ้างในการเข้ายึดอำนาจ และอยู่ในอำนาจของคสช.กับพวก. ทั้งยังกำลังถูกใช้เป็นข้ออ้างในการสืบทอดอำนาจต่อไปอีก 10-20 ปี โดยไม่ได้สนใจว่า จะมีการปฏิรูปใดๆ

และนี่คือ เหตุที่ทำให้การปฏิรูปถูกกำหนดให้อยู่ในรัฐธรรมนูญแบบถาวรตลอดชาติ

ที่คุณบวรศักดิ์บอกว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง แล้วยุทธศาสตร์ชาติและแผนต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการทั้งหลายจะอยู่ต่อไป น่าเป็นความจริง แต่คุณบวรศักดิ์ไม่ได้พูดความจริงอีกส่วนหนึ่ง คือ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว ก็จะไม่เกิดการปฏิรูปใดๆอยู่ดี

ที่ผมเห็นด้วยกับคุณบวรศักดิ์มากๆ ก็คือ ที่บอกว่าหากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศ คงมีการโละทิ้งคณะกรรมการต่างๆ รวมทั้งยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว การปฏิรูปประเทศไม่ควรอยู่ภายใต้การบงการ ครอบงำของผู้ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่ควรกำหนดโดยประชาชน

เมื่อฝ่ายสืบทอดอำนาจต้องการรักษาแผนปฏิรูปและกลไกต่างๆไว้ ในขณะที่ฝ่ายที่มาจากประชาชนต้องการโละทิ้งหรือรื้อเสียใหม่ ย่อมเกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเรื้อรังต่อไป และก็จริงตามที่คุณบวรศักดิ์ว่าไว้นี้ เป็นปัญหาโครงสร้างการเมืองไทย แต่จะโทษใครเล่าครับ ถ้าไม่ใช่คสช.กับพวกที่ออกแบบโครงสร้างการเมืองของประเทศไว้เพียงเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงสิทธิ์เสียงของประชาชนแต่อย่างใดเลย

สิ่งที่จะต้องรื้อไม่ใช่แค่กระบวนการปฏิรูปหรอกครับ แต่จะต้องรื้อโครงสร้างการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเสียด้วย

คุณบวรศักดิ์นั้น นับได้ว่าเป็นผู้มีความรอบรู้และมีประสบการณ์มากคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่อยู่ในจุดที่จะทำประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศชาติได้ ซ้ำยังไปร่วมอยู่ในขบวนการที่ฉุดรั้งให้ประเทศถอยหลังดักดานและจะต้องเสียหายไปอีกนาน แต่คุณบวรศักดิ์ก็ทำในสิ่งที่น่าชื่นชมอยู่อย่างน้อยก็ 2 เรื่อง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่บอกว่าคสช. “เขาอยากอยู่ยาว” และครั้งที่ 2 ก็คือครั้งนี้ที่ออกมายืนยันว่า การปฏิรูปไม่มีอะไรคืบหน้าและไม่มีอนาคต พร้อมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาของการปฏิรูปที่เป็นอยู่และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

น่าเห็นใจคุณบวรศักดิ์ที่ดูจะรู้ปัญหาอยู่เต็มอก แต่กลับอยู่ในจุดที่ไม่อาจแก้ไขให้อะไรๆดีขึ้นได้เลย

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/Chaturon.FanPage/posts/10156359408377359″ bottom=”30”]