หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผู้ช่วยฯ โจ๊ก" ลุยจับ 19 ผู้ต้องหา เรือประมงปลอมสัญชาติ สั่งจัดระเบียบประมงน่านน้ำไทย ลั่นใครเอี่ยวฟันเรียบ

“ผู้ช่วยฯ โจ๊ก” ลุยจับ 19 ผู้ต้องหา เรือประมงปลอมสัญชาติ สั่งจัดระเบียบประมงน่านน้ำไทย ลั่นใครเอี่ยวฟันเรียบ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 11.00 น. ห้องประชุม ภ.จว.สงขลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ เป็นประธานคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวังการทำประมงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประชุมเร่งรัดคดี 5 เรือประมงปลอมแปลงสัญชาติผิดกฎ IUU พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ 9 และ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร และพนักงานสืบสวนสอบสวน

สำหรับ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เรือที่อู่เรือศรีสงขลา หมู่ 2 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา หลังจากตรวจยึดไว้ 5 ลำ ที่มีพฤติการณ์การปลอมแปลงชื่อบริเวณหัวเรือ ปิดบังอำพรางชื่อและสัญชาติเรือ รายละเอียดในเอกสารไม่ตรงกับตัวเรือจริง ทั้งสัญชาติ ขนาดและเครื่องยนต์ และแจ้งการเข้าเทียบท่าช้ากว่ากำหนด โดยสามารถออกหมายจับผู้กระทำผิดได้ 18 ราย ติดตามจับกุมได้ 16 ราย ในความผิดฐาน “ลักลอบนำเข้าเรือประมงเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ “ปลอมแปลงหรือปิดบังเครื่องหมายเรือประมงหรือทะเบียนเรือประมง” ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชกำหนดประมง พ.ศ.2558

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นเป็นใจ ความคืบหน้าล่าสุดหลังจากประชุมติดตามคดี ตำรวจสอบสวนพยานไปแล้วกว่า 18 ปาก ทั้งในส่วนของเจ้าพนักงานกรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ปากคำด่านประมง เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสงขลา พนักงานของอู่เรือ มีการรวบรวมเอกสารที่พบว่าเรือทั้ง 5 ลำไม่ได้ขออนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรการของกรมการประมงแต่อย่างใด ตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความได้เพิ่มอีก 4 ราย สามารถติดตามจับกุมได้อีก 3 ราย ทำให้คดีนี้มีผู้ต้องหา 22 ราย จับกุมได้แล้ว 19 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 3 ราย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “ตามนโยบาย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ตนเป็นประธานคณะทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวังการทำประมงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี เรือประมง 5 ลำที่ปลอมแปลงสัญชาติ ที่ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ขณะนี้มีการสอบสวนปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 18 ปาก สามารถออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความได้เพิ่มอีก 4 ราย ติดตามจับกุมได้อีก 3 ราย สรุปคดีนี้มีผู้ต้องหา 22 ราย จับกุมได้แล้ว 19 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 3 ราย ซึ่งทุกรายทุกตัวละครที่เกี่ยวข้อง ตำรวจมีข้อมูลหมด และยังจะมีการขยายผลดำเนินการอีก หากพบว่าเกี่ยวข้องกับใครก็จะดำเนินคดีทันที ตนยืนยันว่า ตนเข้ามาทำงานตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้ไทยปลอดการประมง IUU ทั้งระบบ ทุกคดีทุกหน้างานที่รับผิดชอบ ทำอย่างตรงไปตรงมา ทำตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร บางเรื่องอาจจะกระทบต่อบางบุคคลที่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประมงผิดกฎหมาย เลยอาจจะมองว่าเจ้าหน้าที่เข้มงวดเกินไป แต่ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ฝากขอเตือนใครที่เคยทำเรื่องเหล่านี้ ขอให้หยุด กลับมาทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะไม่ยุ่งกับประมงที่ถูกกฎหมาย แต่จะจัดการกับส่วนที่ผิดกฎหมายซึ่งเชื่อว่าเป็นเพียงส่วนน้อย เป็นมาตรการแยกน้ำดีน้ำเสีย ขอให้เชื่อมั่นว่าพวกเราเข้ามาทำงาน ทำเพื่อผลประโยชน์ของส่วนร่วมตามนโยบายรัฐบาล”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img