ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมผลักดันการปฏิรูปประเทศ เข็น 5 เรื่องให้เห็นผล 8 เดือนก่อนเลือกตั้ง ภายใต้ชื่อเรื่องว่า “นายกจะปฏิรูปปราบทุจริตคอร์รัปชัน-จริงหรือ?” โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศว่าจะปฏิรูป 5 เรื่องให้เห็นผลภายใน 8 เดือน ให้เห็นผลก่อนการเลือกตั้ง เรื่องหนึ่งคือการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน

“มีคนถามผมว่าเชื่อท่านนายกฯ หรือไม่? ผมไม่เชื่อครับ! อยู่มาสี่ปี ผมไม่เห็นขยับเรื่องปฏิรูปจริงจังเลย – ทำไมจึงเป็นเช่นนี้?” นายธีระชัย กล่าว

นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่า สาเหตุที่ไม่สนใจขยับเรื่องปฏิรูปจริงจัง ก็เพราะ

(ก) ระบบที่เป็นอยู่ เอื้ออำนวยต่อฐานอำนาจของรัฐบาล คสช.

(ข) เป็นระบบที่สามารถแทรกแซงได้ และขณะนี้ดูเหมือน คสช. ได้คืบหน้าในการกุมอำนาจรุกล้ำเข้าไปเรื่อยๆ และ

(ค) เป็นระบบที่สะดวกในการสนับสนุนรัฐบาล คสช. แม้ในเรื่องนโยบายที่ถูกวิจารณ์ว่าเอื้อนายทุน หรือไม่ตรงไปตรงมา

นายธีระชัย กล่าวเพิ่มว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่อาศัยเงินทำงานในการเลือกตั้ง ที่จำเป็นต้องหาเงินทอนเพื่อถอนทุนนั้น ย่อมทำเรื่องที่ไม่ตรงไปตรงมาสารพัด ดังนั้น ย่อมไม่สนใจเรื่องปฏิรูปปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยเหตุผลสามข้อที่ตนกล่าวถึงข้างต้น แต่การปฏิวัติทำให้เกิดโอกาสที่จะปฏิรูปปราบทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังได้ อันที่จริง ถ้ารัฐบาล คสช. เน้นนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีระเบียบวาระซ่อนเร้น ที่เรียกว่า Hidden agenda ป่านนี้การปฏิรูปก็ย่อมจะมีความคืบหน้าไปแล้ว แต่ที่ไม่คืบหน้า ตนวิจารณ์ว่าเป็นเพราะรัฐบาล คสช. มองไปข้างหน้า เป็นห่วงห้วงเวลาหลังเลือกตั้งมากเกินไป กลัวว่าอำนาจจะกลับไปอยู่ในมือนักการเมือง กลัวว่าจะถูกเช็คบิล กลัวว่าปฏิวัติครั้งนี้จะ ‘เสียของ’ เหมือนครั้งก่อน

“จึงเป็นโชคร้ายของการเมืองไทย แทนที่รัฐบาล คสช. จะทำนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ ที่เด่นชัดกว่าของนักการเมือง ที่เป็นนโยบายอันสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นมรดกตกทอดที่งดงามจาก คสช. ให้แก่ชนรุ่นหลัง แทนที่จะทำนโยบายที่ดี คสช. กลับเน้นการเมืองแบบเดิมๆ ที่อาศัยเงินทำงาน ที่อาศัยการดูด สส. ที่อาศัยบารมีส่วนบุคคลของเจ้าพ่อท้องถิ่น” นายธีระชัย กล่าว

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า เมื่อใช้โมเดลการเมืองแบบเดิมๆ คสช. ก็ไม่มีทางเลือก ต้องเน้นนโยบายที่ปรนเปรอนายทุนระดับชาติ นายทุนและคนรวย ที่สามารถสนับสนุนในการเลือกตั้ง จึงได้รับการปรนเปรอด้วยมาตรการและอภิมหาโครงการ ในกระบวนอภิมหาโครงการ ที่สามารถดลบันดาลผลประโยชน์ได้มากที่สุด คือสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รัฐบาล คสช. ยกร่างกฎหมายแบบลี้ลับ ตัดเรื่องบรรษัทพลังงานแห่งชาติออกไป เพื่อมิให้กระทบโต้โผรายใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจก๊าซอยู่ในขณะนี้ เมื่อตัดเรื่องบรรษัทพลังงานแห่งชาติออกไป การทำงานก็เลยบิดเบี้ยวแตกต่างไปจากสากล ถูกกฎหมายบ้าง ผิดกฎหมายบ้าง ส่วนเรื่องท่อก๊าซที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เคยลงมติไว้แล้ว ก็มีการพลิก เกิดการล่าช้า ทำอย่างลี้ลับสุดกู่

“อีกอภิมหาโครงการ ที่กินเมืองได้ยาวไปชั่วลูกชั่วหลาน คือโครงการที่มักกะสัน 150 ไร่ ที่เอาไปแปะผูกเงื่อนตายเอาไว้กับรถไฟความเร็วสูง ปิดประตูนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง ที่ไม่มีกำลังจับมือกับบริษัทรถไฟต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่า รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายหนึ่ง ที่มีการใช้ทรัพยสิทธิของรัฐอยู่ขณะนี้ จะเข้าร่วมประมูลที่มักกะสันด้วย อันจะเป็นการเอาทรัพยากรที่ได้จากรัฐ ไปขยายขอบเขต ไปทำธุรกิจหากำไรแข่งกับประชาชน ที่นอกเหนือวัตถุประสงค์ในการตั้งรัฐวิสาหกิจดังกล่าว โดยรัฐบาล คสช. ไม่สะทกสะท้าน และยังมีโครงการให้สิทธิต่างชาติเช่าที่ดินใน อีอีซี 99 ปี เหมือนที่อังกฤษบังคับเอาจากจีน ที่ช่วยให้ราคาที่ดินบูมหนัก”

นายธีระชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า นายทุนระดับใหญ่น้อยที่ดักกว้านซื้อที่ดินเอาไว้ก่อน ต่างยิ้มแก้มปริ และอีกหนึ่งอภิมหาโครงการ คือการตั้งซูเปอร์โฮลดิ้ง ที่สามารถแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้อย่างซ่อนรูป ด้วยการล้วงใส้ทรัพย์สินที่ดีออกไป แต่เนื่องจากถูกภาคเอกชนและสหภาพต่อต้าน ทำให้กฎหมายสะดุด จึงเดินหน้าล้วงเอาทรัพย์สินหลักออกไปจาก TOT และ CAT ไปพลางก่อน ส่วนองค์กรอิสระนั้น ไม่ว่า ป.ป.ช. หรือ สตง. มาวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างหนัก โดยเปลี่ยนจากเสือไปเป็นแมว เรียบร้อยแล้วภาคประชาชนร้องเรียนไปหลายเรื่อง ก็ยังเงียบเป็นป่าช้า และดูเหมือนกำลังจะคืบคลานเข้าไปคุมผู้ตรวจการแผ่นดินอีกรายการหนึ่ง

“ทำไมเกิดจะต้องมาประกาศก้อง จะปฏิรูปให้เห็นผลก่อนการเลือกตั้ง? ก็เพราะถูกกดดันจากการเลือกตั้งน่ะซิ รัฐบาล คสช. คงจะเห็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่ชูนโยบายแบบที่โดนใจคนรุ่นใหม่ ทำให้ตัดสินใจ จะต้องแก้ลำสร้างภาพพจน์ให้แก่ตัวเองก่อนเลือกตั้ง แต่ผมเห็นว่ามันเข้าข่าย ‘สวยเมื่อสาย’ น่ะครับ เพราะอยู่มาสี่ปี เพิ่งจะมาตื่นจากหลับไหล ใครจะเชื่อท่านครับ? แถมจนป่านนี้ ท่านนายกยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา ที่ผ่านมาเกือบครบ 150 วันแล้ว เมื่อประชาชนไม่เห็นความจริงใจ ย่อมยากที่ประชาชนจะไว้วางใจ” นายธีระชัย กล่าว

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala/posts/1981968521836943″ bottom=”30″]